By clicking “Accept All Cookies”, you agree to the storing of cookies on your device to enhance site navigation, analyze site usage, and assist in our marketing efforts.
Cookies Settings
การดูแลพนักงาน

ความสำคัญ

BPP เชื่อว่าพนักงานเป็นหนึ่งในทรัพยากรที่สำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจไฟฟ้าที่ต้องการบุคคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน นอกจากการจัดให้มีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดีและปลอดภัยแล้ว BPP ยังกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติต่อแรงงานตามแนวปฏิบัติที่ดีตามมาตรฐานสากลด้านแรงงานและสิทธิมนุษยนชน ปฎิบัติต่อพนักงานอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมในทุกกระบวนการของการบริหารงานทรัพยากรบุคคล เพื่อให้บุคคลากรทุกคนที่ทำงานให้กับองค์กรมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งส่งผลต่อความสำเร็จขององค์กรอย่างยั่งยืน  

นอกจากนี้ การดึงดูดบุคลากรที่มีศักยภาพเข้ามาร่วมงาน รวมถึงการรักษาพนักงานให้คงอยู่กับองค์กร ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนให้ BPP สามารถดำเนินกลยุทธ์เพื่อการเติบโตและบรรลุเป้าหมายทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยเฉพาะในธุรกิจไฟฟ้าและพลังงาน ที่ต้องการบุคลากรที่มีคุณสมบัติและประสบการณ์เฉพาะทาง ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน บริษัทฯ จึงจำเป็นต้องมีกระบวนการในการดึงดูดและรักษาพนักงานให้คงอยู่กับองค์กรได้อย่างยาวนาน

 

เป้าหมายปี 2568

• ไม่มีอุบัติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดกฎหมายด้านแรงงาน
• สภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดอย่างครบถ้วน

 

แนวทางการบริหารจัดการ

BPP ได้ออกแบบระบบในการบริหารทรัพยากรมนุษย์และสวัสดิการพนักงานในทุกกระบวนการ โดยยึดมั่นวัฒนธรรมองค์กร บ้านปู ฮาร์ท และหลักการบริหารทรัพยากรบุคคล 3 ประการ ได้แก่ หลักความเท่าเทียมกันของพนักงาน (Equitability) หลักการบริหารด้วยผลงาน (Performance-based management) และ หลักการบริหารและพัฒนาสมรรถนะขีดความสามารถ (Competency-based managementควบคู่กับ การบริหารความหลากหลายของพนักงาน (Diversity) ทั้งด้านเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา วัฒนธรรม อายุ ความรู้ มุมมอง และประสบการณ์การทำงาน ในทุกที่ที่ BPP ดำเนินธุรกิจ เพื่อให้พนักงานสามารถนำจุดแข็งด้านความหลากหลายเหล่านี้ มาใช้ในการเพิ่มคุณค่าและความสามารถในการแข่งขัน ทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข ยืดหยุ่น คล่องตัว เหมาะสมกับตำแหน่งงานและวิถีชีวิตที่พร้อมปรับเปลี่ยน พร้อมทั้งสร้างสรรค์นวัตกรรมในทุกด้าน เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจและบรรลุเป้าหมายในการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน 

นอกจากนี้ การบริหารงานทรัพยากรมนุษย์ให้เข้ากับบริบทใหม่ของการดำเนินธุรกิจของบริษัท จะมุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนผ่านองค์กรเพื่อเข้าสู่ยุคใหม่ของการบริหารจัดการและขยายการดำเนินงานในหลากหลายประเทศที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ขององค์กร ดังนั้นการดำเนินงานด้านแรงงานจะต้องเป็นไปตามมาตรฐานการจัดการแรงงานสากล และเป็นไปตามกฎหมายแรงงานของประเทศนั้นๆ รวมถึงพนักงานทุกคนในทุกประเทศจะต้องได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันตามหลักการของ DEI หรือ Diversity (ความหลากหลาย) Equity (ความเสมอภาค) Inclusion (การผนวกรวม)  

BPP ได้ดำเนินการด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ดังต่อไปนี้  

  • สนับสนุนการทำงานร่วมกันภายใต้ความหลากหลาย (Diversity) ในทุกประเทศที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจอยู่ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการทำงานร่วมกัน และขับเคลื่อนนวัตกรรมของบริษัทฯ ให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน  
  • มุ่งสร้างให้บุคลากรเป็นพนักงานมืออาชีพ พัฒนาศักยภาพและให้โอกาสพนักงานทุกชนชาติ เชื้อชาติ ภาษา และเพศ อย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน  
  • การเคารพและปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน กำหนดนโยบายสิทธิมนุษยชนที่ยึดหลักสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค และศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์โดยไม่เลือกปฏิบัติตามเพศ เชื้อชาติ ศาสนา หรือสีผิว ซึ่งบริษัท ให้ความสำคัญกับกฎหมายแรงงานและเคารพสิทธิมนุษยชนตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights: UDHR)  หลักการชี้แนะเรื่องสิทธิมนุษยชนสหรับธุรกิจแห่งสหประชาชาติ (United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGPs) และปฏิญญาว่าด้วยหลักการและสิทธิขั้นพื้นฐานในการทงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (The International Labor Organization Declaration on Fundamental Principles and Rights at Work: ILO) และกฎหมายแรงงานของทุกประเทศที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจ ซึ่งครอบคลุมการดำเนินงานด้านแรงงานกับพนักงานและผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อ เช่น คู่ค้าทางธุรกิจ คู่ค้าชุมชน ผู้ร่วมทุน และผู้รับเหมาภายนอก ซึ่งครอบคลุมตามหลักสิทธิมนุษยชนทุกด้าน ได้แก่  
    • การใช้แรงงานบังคับ ไม่กระทหรือสนับสนุนให้มีการใช้แรงงานบังคับในทุกรูปแบบ รวมทั้งไม่ใช้การลงโทษทางกายหรือการคุกคามจากการถูกกระทรุนแรงเป็นมาตรการด้านระเบียบวินัยหรือการควบคุม 
    • การใช้แรงงานเด็ก กำหนดอายุขั้นต่ำของพนักงานที่จะว่าจ้างให้เป็นไปตามกฎหมายแรงงานของแต่ละประเทศไว้อย่างชัดเจนเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการว่าจ้างแรงงานเด็ก 
    • การใช้แรงงานหญิง ไม่มอบหมายให้พนักงานหญิงทงานที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือร่างกายตามที่กฎหมายกหนด และจัดให้พนักงานหญิงที่มีครรภ์ทงานหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม รวมถึงจะไม่เลิกจ้าง ลดตแหน่ง หรือลดสิทธิประโยชน์สวัสดิการต่างๆ ของพนักงานหญิงเพราะเหตุจากการมีครรภ์ 
    • การใช้แรงงานต่างด้าว การจ้างแรงงานต่างด้าวของบริษัทฯ และคู่ค้าธุรกิจจะต้องถูกต้องตามกฎหมายทั้งในเรื่องสัญญาจ้างและบอนุญาตทำงาน เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของคู่ค้าธุรกิจและบริษัทฯ ให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน 
    • สภาพแวดล้อมในการทำงานและคุณภาพชีวิตแรงงาน ส่งเสริมสภาพการจ้างงานที่เหมาะสมให้แก่พนักงาน รวมถึงดูแลสภาพแวดล้อมในการทงานที่ปลอดภัย เพื่อให้พนักงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีสามารถปฏิบัติงานได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต ตลอดจนการดำเนินงานตามมาตรฐานอาชีวอนามัยและความปลอดภัย และมีการทบทวนระเบียบปฏิบัติที่เกี่ยวข้องอย่าสม่ำเสมอ เพื่อนำมาพัฒนาปรับปรุงให้เหมาะสม 
    • เสรีภาพในการสมาคมและการรวมกลุ่มเพื่อเจรจาต่อรอง เคารพสิทธิพนักงานและให้เสรีภาพในการเข้าร่วมสมาคม สหภาพ สหพันธ์ต่างๆ การรวมกลุ่มเพื่อเจรจาต่อรอง และจะไม่ขัดขวางการดเนินการของสหภาพแรงงาน หรือสหพันธ์แรงงาน หรือขัดขวางการใช้สิทธิของพนักงานในการเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน รวมทั้งให้มีการอนวยความสะดวก และจะปฏิบัติต่อตัวแทนนั้นเท่าเทียมกับพนักงานอื่นๆ  
    • การสนับสนุนให้คู่ค้าทางธุรกิจและผู้รับเหมาในห่วงโซ่อุปทาน ปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนรวมถึงการไม่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน  
  • การเคารพการไม่เลือกปฏิบัติและการต่อต้านการล่วงละเมิด ดำเนินการตามนโยบายการไม่เลือกปฏิบัติและการต่อต้านการล่วงละเมิดของกลุ่มบ้านปู โดยมีการป้องกันและคุ้มครองพนักงานทุกระดับไม่ให้ถูกเลือกปฏิบัติ การถูกล่วงละเมิดและคุกคามในรูปแบบต่างๆ รวมถึงการคุมคามทางเพศ เพื่อที่จะสร้างให้สภาพแวดล้อมในการทำงานดีและความปลอดภัย  
  • การสรรหาและคัดเลือกพนักงาน พิจารณาที่คุณสมบัติ ความรู้ และความสามารถของผู้สมัครทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน โดยให้ตรงกับความต้องการของตำแหน่งงานเป็นหลัก  
  • การบริหารค่าตอบแทน ยึดหลักความยุติธรรมและเท่าเทียม โดยจะการบริหารค่าตอบแทนให้เกิดความเป็นธรรมทั้งภายในและสามารถแข่งขันได้ รวมทั้งยึดหลักการจ่ายค่าตอบแทนที่เชื่อมโยงกับผลสเร็จของงาน 
  • การเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และจารีตประเพณีท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องในทุกที่ที่เข้าไปดเนินธุรกิจถือเป็นสิ่งพื้นฐานที่พนักงานทุกคนพึงปฏิบัต 
  • การอบรมและพัฒนาพัฒนา สนับสนุน เปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนได้ใช้และพัฒนาความสามารถให้เต็มศักยภาพอย่างเท่าเทียม โดยยึดหลักความสามารถ (Competency Based) เพื่อให้การอบรมและพัฒนาบุคลากรมีความสามารถตรงตามความต้องการของตแหน่งงาน หน่วยงาน และองค์กร 
  • ระบบช่องทางร้องเรียน โดยพนักงานสามารถส่งคำร้องผ่านคณะกรรมการสวัสดิการ ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นช่องทางหนึ่งให้พนักงานนำเรื่องเสนอเพื่อพิจารณาและนำเสนอผู้บริหารเป็นลำดับถัดไป นอกจากนี้ พนักงานสามารถปรึกษา หรือส่งข้อร้องเรียนในเรื่องต่างๆ ผ่านทางหัวหน้างานและฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์โดยตรง ในกรณีที่พนักงานต้องการส่งเรื่องโดยไม่ระบุตัวตน สามารถส่งทางระบบรับข้อร้องเรียนออนไลน์ เช่น ความไม่สบายใจในการทำงาน ความขัดแย้งในทีม ความขัดแย้งกับหัวหน้างาน การปฏิบติงานที่ไม่โปร่งใส รวมไปถึง การคุกคามทางเพศ ซึ่งบริษัทฯ มีกระบวนการสอบสวนการร้องทุกข์ และลงโทษทางวินัย ตามที่ระบุไว้ในข้อบังคับการทำงาน  

BPP มีแนวทางในการดึงดูดและรักษาพนักงานให้คงอยู่กับองค์กร ดังนี้ 

1. การวางแผนกำลังคนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Workforce Planning) และการพัฒนาผู้สืบทอดตำแหน่ง (Succession Planning)

BPP ดำเนินการวางแผนกำลังคนเชิงกลยุทธ์โดยผสานกลยุทธ์ทางธุรกิจเข้ากับการวิเคราะห์ข้อมูลบุคลากร เพื่อให้มั่นใจว่ามีบุคลากรเพียงพอและมีประสิทธิภาพ รองรับการเติบโตขององค์กรในอนาคต ในด้านการพัฒนาผู้สืบทอดตำแหน่ง (Succession Planning and High Potential Management) บริษัทฯ ดำเนินการร่วมกับคณะกรรมการวางแผนสืบทอดตำแหน่ง เพื่อคัดเลือกและติดตามผู้สืบทอดตำแหน่งสำคัญอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น โครงการพัฒนาผู้นำระดับโลกของกลุ่มบ้านปู (Banpu Global Leader Program: BGLP), การโค้ชรายนุคคล (Individual Coaching) และแผนพัฒนารายบุคคล (Individual Development Program: IDP)

ในปี 2567 บริษัทฯ ได้ริเริ่มโครงการ Banpu Global Talent and Mobility เพื่อพัฒนาผู้นำระดับนานาชาติและเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรในทุกประเทศ โดยมุ่งเน้น 3 ด้านหลัก ได้แก่

  1. การพัฒนาเส้นทางอาชีพระดับโลกพร้อมความเข้าใจทางวัฒนธรรม (Developing Global Careers with Cultural Awareness) มุ่งเสริมสร้างความมั่นใจและประสิทธิภาพในการทำงานในสภาพแวดล้อมในระดับนานาชาติ พร้อมทั้งพัฒนาความเข้าใจและการปรับตัวทางวัฒนธรรม  
  2. การเพิ่มประสิทธิภาพการสนับสนุนธุรกิจและการถ่ายทอดความรู้ (Enhancing Business Support and Knowledge Transfer) มุ่งสนับสนุนการดำเนินธุรกิจข้ามภูมิภาค และส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระดับสากล  
  3. การพัฒนาเส้นทางอาชีพแบบองค์รวม (Holistic Career Growth) มุ่งสร้างเส้นทางอาชีพที่ยืดหยุ่นและสอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร พร้อมทั้งพัฒนาความสามารถในการปรับตัวและความเข้าใจทางวัฒนธรรม

นอกจากนี้ BPP ยังมุ่งมั่นในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลเพื่อรองรับความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ และสร้างองค์กรที่แข็งแกร่งในระยะยาว พร้อมขับเคลื่อนบุคลากรให้เติบโตอย่างมั่นคงและมีศักยภาพในเวทีระดับโลก  

2. การคัดเลือกบุคลากรและการเติบโตในอาชีพ 

BPP มุ่งมั่นที่จะสร้างกระบวนการคัดเลือกและจ้างงานที่โปร่งใส ครอบคลุม และสอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กร เพื่อเสริมสร้างความสำเร็จร่วมกันระหว่างพนักงานและองค์กร นอกจากนี้ บริษัทฯ เชื่อว่าการส่งเสริมให้พนักงานมีความชัดเจนในเป้าหมายอาชีพ และการเปิดโอกาสในการพัฒนาในรูปแบบที่หลากหลาย เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กรและพนักงานไปพร้อมกัน 

  • กระบวนการคัดเลือกบุคลากร เพื่อให้ได้พนักงานที่เหมาะสม กลุ่มบ้านปูนำแบบทดสอบ Culture Fit และ ผ่านกระบวนการสัมภาษณ์เชิงพฤติกรรม (Behavioral-Based Interview) มาใช้ในการประเมินพฤติกรรมและทัศนคติของผู้สมัครเบื้องต้น เพื่อให้ประเมินความสอดคล้องของคุณสมบัติและค่านิยมของผู้สมัครต่อวัฒนธรรมองค์กร ผู้สมัครจะต้องผ่านเกณฑ์ที่กำหนดเพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกขั้นถัดไป 
  • กระบวนการต้อนรับและปรับตัวพนักงานใหม่ (Onboarding) สำหรับพนักงานที่ผ่านการคัดเลือก บริษัทฯ มีระบบที่ช่วยในการปรับตัวเพื่อสนับสนุนการเริ่มต้นในองค์กรอย่างราบรื่น ได้แก่ 
    • ระบบพี่เลี้ยง (Mentorship) จัดพี่เลี้ยงที่มีประสบการณ์ในทีมมากกว่า 1 ปีในองค์กร คอยให้คำแนะนำ 
    • การฝึกอบรมในงาน (On-the-Job Training) เรียนรู้และพัฒนาทักษะที่เกี่ยวข้องกับงานจริง 
    • การติดตามและประเมินความสุขของพนักงาน (Happiness Index Check) เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานสามารถปรับตัวและเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้อย่างราบรื่น 
  • โอกาสการเติบโตภายในองค์กร (Internal Job Posting) เปิดโอกาสให้พนักงานได้สมัครงานภายในองค์กรในตำแหน่งที่สนใจ เสมือนการสมัครงานใหม่ โดยกระบวนการรับสมัครเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกับการคัดเลือกจากภายนอก โดยให้โอกาสพนักงานภายในก่อน เพื่อสร้างโอกาสการพัฒนาตนเองในสายงานที่หลากหลาย 
  • การออกแบบและพัฒนาอาชีพ (Design Your Own Career) เพื่อสนับสนุนการเติบโตในสายอาชีพของพนักงาน บริษัทฯ จัดการอบรมและให้ความรู้ด้าน Career Development โดยเปิดโอกาสให้พนักงานวางแผนการเติบโตร่วมกับหัวหน้างานในรูปแบบต่าง ๆ เช่น 
    • การทำงานในโครงการ (Project Assignment) สร้างความท้าทายและเรียนรู้ทักษะใหม่ 
    • การโอนย้ายตำแหน่ง (Job Transfer) เพื่อขยายประสบการณ์ในสายงานที่เกี่ยวข้อง 
    • การหมุนเวียนงานชั่วคราว (Job Rotation) เพื่อพัฒนาความเข้าใจในสายงานข้างเคียง 
    • การทำงานในเครือข่ายบริษัทในต่างประเทศ (Expatriate) ทั้งระยะสั้น กลาง และยาว เพื่อเรียนรู้จากบริบทการทำงานที่หลากหลาย 

3. การประเมินผลการดำเนินงานของพนักงาน 

BPP มีระบบบริหารผลการปฏิบัติงานของพนักงาน (Performance Management System) เพื่อสร้างความเป็นธรรม การบริหารผลงานและค่าตอบแทนของพนักงานไปในทิศทางเดียวกันกับเป้าหมายของบริษัทฯ โดยกำหนดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานทั่วทั้งองค์กรปีละ 2 ครั้ง องค์ประกอบของการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานแบ่งออกเป็น 2 ส่วนที่สำคัญคือ 

บริษัทฯ ยังได้กำหนด ตัวชี้วัดด้านความเป็นผู้นำ (Leadership KPIs) ซึ่งรวมอยู่ในตัวชี้วัดตามผลงานหลักของการประเมินผลการดำเนินงานผู้บริหารระดับกลางขึ้นไป โดยเป็นการประเมินทักษะความเป็นผู้นำและความเอาใจใส่ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาในสายงานที่รับผิดชอบ ซึ่งตัวชี้วัดความเป็นผู้นำนี้จะถูกประเมินโดยผู้ใต้บังคับบัญชาลงไป 1 ขั้น 

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีระบบการประเมิน 360 องศา ภาคสมัครใจ โดยมีระบบขอความคิดเห็นในการทำงานและพฤติกรรมของพนักงานทั้งจากผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงานข้ามสายงาน และผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อเป็นประโยชน์ในการพัฒนาตนเองของพนักงานโดยมีการรักษาความเป็นส่วนตัวของข้อมูลของพนักงานและผู้ประเมิน 

เพื่อให้ได้ผลการประเมินการปฏิบัติงานที่มีความเที่ยงตรงและสามารถจำแนกพนักงานที่มีผลการปฏิบัติงานดีเลิศจากพนักงานที่มีผลการปฏิบัติงานปกติตามมาตรฐานขององค์กร ทางบริษัทฯ ได้นำกระบวนการเปรียบเทียบมาตรฐานมาใช้กับทุกหน่วยงานในองค์กร โดยครอบคลุมในส่วนของการกำหนดตัวชี้วัดผลงานหลัก (Work-related KPI) การประเมินผลการปฏิบัติช่วงครึ่งปีแรกและช่วงครึ่งหลังของปี นอกจากนี้ยังได้ปรับเกณฑ์การจำแนกผลการปฏิบัติงานให้มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้นทำให้สามารถจำแนกพนักงานที่มีผลการปฏิบัติงานดีเลิศได้แม่นยำ ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถให้รางวัลในส่วนค่าตอบแทนด้านการเงินให้กับพนักงานกลุ่มนี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ  

สำหรับกลุ่มพนักงานที่มีผลการปฏิบัติงานต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนดทางบริษัทฯ ได้นำโครงการปรับปรุงและพัฒนาผลการปฏิบัติงาน (Performance Assistant Program หรือ PAP) มาใช้กับพนักงานกลุ่มนี้เพื่อช่วยให้ผลการปฏิบัติงานกลับสู่มาตรฐานปกติภายใต้ระยะเวลาที่กำหนดโดยหน่วยงานทรัพยากรมนุษย์ทำงานร่วมกันกับหัวหน้างานอย่างใกล้ชิด 

4. ค่าตอบแทนและสวัสดิการที่เหนือกว่ามาตรฐาน เพื่อการดูแลที่รอบด้าน ความหลากหลาย และการมีส่วนร่วมของพนักงาน

BPP ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน เพราะตระหนักว่าพนักงานที่มีสุขภาพดีและมีส่วนร่วมคือหัวใจแห่งความสำเร็จขององค์กร บริษัทจึงมอบสวัสดิการที่ครอบคลุมมากกว่ามาตรฐานทั่วไป เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของพนักงาน สนับสนุนสุขภาวะในทุกมิติ และส่งเสริมการมีส่วนร่วม สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงช่วยลดการลาป่วยและการขาดงาน แต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพ ความพึงพอใจ และความยั่งยืนขององค์กร ทั้งด้านคุณภาพชีวิต ความมั่นคงทางการเงิน และความมั่นคงทางสังคม

  • นโยบาย Work Anywhere
    • ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของเครือ Banpu บริษัทถือเป็นผู้บุกเบิกการทำงานแบบยืดหยุ่น โดยเริ่มนำร่องการทำงานจากที่พักอาศัย (Teleworking) ตั้งแต่ปี 2551ปี 2563 ได้ขยายจากสัปดาห์ละ 1 วัน เป็นสัปดาห์ละ 2 วัน
    • ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 พนักงานได้แสดงถึงความเป็นมืออาชีพและวินัยในการทำงาน ทำให้บริษัทสามารถนำ นโยบาย Work Anywhere 100% มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    • เมื่อเข้าสู่ “New Normal” บริษัทตระหนักว่าการทำงานแบบพบปะโดยตรงยังมีความสำคัญต่อการประสานงานระหว่างแผนก จึงได้ปรับนโยบายเป็น ทำงานนอกสถานที่สัปดาห์ละ 2 วัน พร้อมจัดทำ Work Redesign Guidelines เพื่อระบุว่างานใดสามารถทำได้จากระยะไกล และงานใดที่ควรทำหรือประชุมร่วมกันที่สำนักงาน
  • โครงการสนับสนุนสุขภาวะพนักงาน
    นอกจากสิทธิประโยชน์พื้นฐาน เช่น การตรวจสุขภาพประจำปีและประกันสุขภาพกลุ่มแล้ว BPP ยังมีโครงการดูแลพนักงานรอบด้าน ได้แก่:

    • การลาคลอด: 98 วัน (บริษัทจ่ายเต็ม 75 วัน) และได้มีการขยายสิทธิ์เพิ่มเติมตั้งแต่ปี 2567
    • การลาเพื่อเป็นบิดา (Parental Leave): 10 วัน โดยบริษัทจ่ายค่าจ้างเต็มจำนวน เพื่อให้พนักงานชายสามารถดูแลคู่สมรสในช่วงคลอด ขยายสิทธิ์ตั้งแต่ปี 2567
    • Boost Me Up Program: ให้คำแนะนำเพื่อเสริมสร้างสุขภาวะทั้งด้านร่างกาย จิตใจ จิตวิญญาณ และการเงิน
    • Onboarding Program: กระบวนการต้อนรับและปรับตัวของพนักงานใหม่อย่างเป็นระบบ
    • การสนับสนุนสุขภาพจิต: ให้คำปรึกษาทางจิตเวชโดยผู้เชี่ยวชาญ
    • การดูแลสุขภาพเบื้องต้น: บริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์และจัดส่งยาผ่านโครงการ “Health at Work”
    • การสนับสนุนคุณแม่ที่ให้นมบุตร: มีตู้เย็นแยกเฉพาะสำหรับเก็บน้ำนมแม่ในสถานที่ทำงาน
  • นโยบายการลาใหม่ (เริ่มใช้ปี 2568)
    • วันลาเนื่องในวันเกิด (Birthday Leave): ลาพักผ่อนวันเกิดได้ 1 วันต่อปี โดยสามารถใช้ได้ภายในเดือนเกิด เพื่อส่งเสริมการสร้างสมดุลระหว่างงานและชีวิตส่วนตัว
    • Recharge Day: ลาพักผ่อนด้านสุขภาวะจิตใจ 1 วันต่อปี เพื่อให้พนักงานได้ฟื้นฟูพลังใจ ลดความเครียด และกลับมาทำงานอย่างมีสมาธิและประสิทธิภาพ
    • การลางานเพื่อร่วมพิธีศพในครอบครัว (Family Funeral Leave): ลาได้ตามระยะเวลาของพิธีกรรมศาสนา โดยไม่มีการจำกัดจำนวนวันหรือจำนวนครั้ง และบริษัทจ่ายค่าจ้างเต็มจำนวนตลอดช่วงการลา เพื่อสนับสนุนพนักงานในช่วงเวลาแห่งความสูญเสีย

5. การส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กร บ้านปู ฮาร์ท ผ่าน Banpu Change Leader (BCL) 

บริษัทฯ สร้างวัฒนธรรมองค์กร บ้านปู ฮาร์ท มายาวนาน ซึ่งการส่งเสริมและรักษาวัฒนธรรมขององค์กรให้คงอยู่ต่อไปนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง หากทั้งพนักงานเก่าและพนักงานใหม่มีความเข้าใจและแสดงออกถึงพฤติกรรมที่สอดคล้องกับค่านิยมองค์กร 3 ประการ ได้แก่ ใจรัก (Passionate) สร้างสรรค์ (Innovative) และมุ่งมั่นยืนหยัด (Committed) ได้อย่างชัดเจน เมื่อพนักงานในแต่ละประเทศมีความรู้ ความเข้าใจ และแสดงพฤติกรรมในการทำงานร่วมกัโดยยึดหลักบ้านปู ฮาร์ท พนักงานก็จะทำงานด้วยกันอย่างมีความสุข และมีความมุ่งมั่นในการสร้างผลงานที่ดีให้กับองค์กรโดยรวม  

ในการส่งเสริมการมีวัฒนธรรมองค์กร ทางบริษัทฯ จัดให้มี Banpu Change Leader (BCL) ซึ่งเป็นตัวแทนพนักงานจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่สมัครใจมาเป็นบุคคลที่เป็นแบบอย่างที่ดีของการมี บ้านปู ฮาร์ท โดย BCL เหล่านี้จะช่วยกระตุ้นให้พนักงานในองค์กรมีบ้านปู ฮาร์ท และเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลง เพื่อผลักดันการมีส่วนร่วมใกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรต่าง ๆ และจะเป็นตัวแทนสร้างวัฒนธรรมองค์กรจากระดับปฏิบัติการสู่ระดับบริหาร (Bottom-up Culture Building) ปัจจุบันมีตัวแทน BCL จากหลากหลายประเทศที่ร่วมคิดและออกแบบกิจกรรมเอง รวมถึงปลูกฝังวัฒนธรรมบ้านปู ฮาร์ท ที่กลมกลืนไปกับวัฒนธรรมและธุรกิจของบริษัทฯ ในประเทศต่าง ๆ เช่น ไทย จีน ญี่ปุ่น และอินโดนีเซีย 

6. การพัฒนาพนักงานที่มีศักยภาพสูง 

หน่วยงานทรัพยากรมนุษย์จะดำเนินการปรึกษาพูดคุยกับหัวหน้าหน่วยงานต่างๆ เป็นประจำทุกปี เพื่อพิจารณาคัดเลือกพนักงานที่มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่น มีศักยภาพ และแสดงพฤติกรรมที่สอดคล้องกับค่านิยมองค์กรอย่างต่อเนื่อง (Hi-Potential Employee Calibration) โดยจะเรียกพนักงานเหล่านี้ว่า HiPo ซึ่งเป็นพนักงานที่มีศักยภาพูง พร้อมที่จะรับการพัฒนาและเติบโตต่อไปในองค์กร บริษัทฯ จะจัดการวางแผนเพื่อให้ความรู้และฝึกประสบการณ์ให้กับพนักงานเหล่านี้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโตในหน้าที่การงานและมีโอกาสก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บริหารในอนาคต 

7. การรับฟังความคิดเห็นจากพนักงานเพื่อการปรับปรุง 

BPP เชื่อมั่นว่าการรับฟังความคิดเห็นและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยสร้างความไว้วางใจและเสริมสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างพนักงานและองค์กร อีกทั้งยังส่งเสริมให้บริษัทฯ เป็นสถานที่ทำงานที่น่าสนใจและยั่งยืนในระยะยาว บริษัทฯ มีการรับฟังความคิดเห็นของพนักงานผ่านช่องทางที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพ ดังนี้ 

  • การสำรวจความผูกพันต่อองค์กร (Employee Engagement Survey) เพื่อวัดระดับความพึงพอใจและความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนากลยุทธ์ 
  • การประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) เปิดโอกาสให้พนักงานแสดงความคิดเห็นในเชิงลึก โดยเน้นความหลากหลายในมุมมองและประสบการณ์ 
  • การประชุมคณะกรรมการสวัสดิการ (Welfare Committee Meeting) เพื่อสร้างช่องทางสื่อสารระหว่างพนักงานและผู้บริหารในการรวบรวมข้อเสนอแนะด้านสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ 
  • การพูดคุยเชิงสร้างสรรค์ (Open Dialogue) กระตุ้นให้พนักงานแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่สำคัญอย่างโปร่งใส 

ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะทั้งหมดจะถูกนำมาวิเคราะห์และประมวลผล เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาองค์กรในด้านต่าง ๆ เช่น การปรับเปลี่ยนนโยบายหรือสวัสดิการให้สอดคล้องกับความต้องการ การออกแบบกิจกรรมและโครงการเพื่อเสริมสร้างความผูกพัน การพัฒนากระบวนการทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความพึงพอใจของพนักงาน การออกแบบหลักสูตรการพัฒนาพนักงานเพื่อเติบโตในองค์กร เป็นต้น 

 

ผลการดำเนินงานในปี 2568

  • ไม่มีอุบัติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดกฎหมายและแนวปฏิบัติด้านแรงงาน การเลือกปฏิบัติ การละเมิดสิทธิมนุษยชนและคุกคามทางเพศและอื่น ๆ ในที่ทำางาน  
  • ผลการตรวจสภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด

 

ตัวอย่างกิจกรรมและโครงการที่สำคัญ

1. การพัฒนาเทคโนโลยีด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ภายใต้แนวคิด Energy Symphonics 

บริษัทฯ สร้างความแข็งแกร่งด้านระบบนิเวศดิจิทัลของการบริหารทรัพยากรมนุษย์อย่างต่อเนื่อง และยกระดับการเชื่อมโยงข้อมูลพนักงานจากทุกประเทศ เพื่อเพิ่มความถูกต้องในการบริหารข้อมูลและความคล่องตัวในการทำงาน ผ่านการประยุกต์ใช้ระบบอัตโนมัติควบคู่กับการพัฒนาประสบการณ์การใช้งานที่ดีให้แก่พนักงาน โดยในปี 2568 มีการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้

วัตถุประสงค์
• เชื่อมโยงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลพนักงานอย่างเป็นระบบ

ประโยชน์ต่อองค์กร
• เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดขั้นตอนและระยะเวลาในกระบวนการบริหารทรัพยากรมนุษย์
• ยกระดับประสบการณ์และความผูกพันของพนักงาน
•  สนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหาร และการเติบโตขององค์กรในระยะยาว

ประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อม
•  ลดการใช้กระดาษจากการนำระบบดิจิทัลมาใช้ในกระบวนการบริหารทรัพยากรมนุษย์

ประโยชน์ด้านสังคม
•  ส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้และพัฒนาทักษะอย่างเท่าเทียมให้แก่พนักงาน
•  สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่สนับสนุนการมีส่วนร่วม ความหลากหลาย และการเติบโตร่วมกัน

 

2. โครงการ Boost Me Up

BPP และกลุ่มบ้านปู จัดกิจกรรมในโครงการ Boost Me Up อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมสุขภาพจิตของพนักงาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาศักยภาพพนักงานแบบองค์รวม ในปี 2568 โครงการประกอบด้วย 4 กิจกรรมหลัก ดังนี้
วัตถุประสงค์
•  เพื่อส่งเสริมสุขภาวะแบบองค์รวมของพนักงาน ครอบคลุมทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และสุขภาพการเงิน ภายใต้แนวคิด Work-Life Harmony

ประโยชน์ต่อองค์กร
•  เสริมสร้างความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร

ประโยชน์ด้านสังคม
•  ส่งเสริมสุขภาวะและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน
•  สนับสนุนการพัฒนาทักษะชีวิตและการบริหารจัดการตนเอง ซึ่งส่งผลเชิงบวกต่อครอบครัว ชุมชน และสังคมโดยรวมในระยะยาว

 

3. สวัสดิการเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและการทำงานที่ยั่งยืน

BPP ให้ความสำคัญกับการดูแลและพัฒนาคุณภาพชีวิตของพนักงาน ผ่านการจัดสวัสดิการที่ครอบคลุมและตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของพนักงาน นอกเหนือจากสวัสดิการพื้นฐาน เช่น วันลา การตรวจสุขภาพประจำปี และประกันสุขภาพกลุ่ม โดยในปี 2568 มีการดำเนินงานดังนี้

วัตถุประสงค์
•  ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของพนักงาน สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี ผ่านการจัดสวัสดิการที่ครอบคลุม ยืดหยุ่น และตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย

ประโยชน์ต่อองค์กร
•  เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
•  สร้างการมีส่วนร่วมของพนักงาน
•  เพิ่มความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร

ประโยชน์ด้านสังคม
•  สนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนในด้านคุณภาพชีวิตในระยะยาว

 

4. คนดีศรีบ้านปู เพาเวอร์

คนดีศรีบ้านปู เพาเวอร์ เป็นโครงการที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการแสดงออกของพฤติกรรมที่สอดคล้องกับค่านิยมองค์กร บ้านปู ฮาร์ท และสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงานอย่างต่อเนื่อง โดยในแต่ละเดือน คณะทำงานจะกำหนดหัวข้อที่เชื่อมโยงกับค่านิยมองค์กร และเปิดให้เพื่อนร่วมงานให้คะแนนแก่พนักงานที่มีพฤติกรรมโดดเด่นตามหัวข้อที่กำหนด เช่น 

พนักงานที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดในแต่ละหัวข้อจะได้รับรางวัลจากผู้บริหาร และได้รับ Appreciation Badge ซึ่งเป็นข้อความชื่นชมและแสดงความขอบคุณที่ถูกบันทึกไว้ในระบบเก็บข้อมูลของพนักงาน

วัตถุประสงค์
•  เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงาน
•  เพื่อส่งเสริมการแสดงออกถึงพฤติกรรมที่สะท้อนค่านิยมองค์กร บ้านปู ฮาร์ท
•  เพื่อชื่นชมพนักงานที่มีพฤติกรรมส่งเสริมบรรยากาศการทำงานเชิงบวกในองค์กร

ประโยชน์ต่อองค์กร
•  เพิ่มความผูกพันต่อองค์กรและการมีส่วนร่วมของพนักงาน
•  สร้างวัฒนธรรมองค์กรให้ยั่งยืน มีการแสดงออกอย่างเป็นรูปธรรม

 

5. หลอมรวมความต่าง จุดประกายพลังร่วม 

BPP ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันเป็นทีมภายใต้ความหลากหลายของบุคลากร จึงจัดอบรมเชิงปฏิบัติการโดยใช้เครื่องมือ Facet5 สำหรับประเมินบุคลิกภาพที่ช่วยวิเคราะห์ลักษณะเฉพาะของบุคลากรในเชิงลึก เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจตนเองและผู้อื่น สนับสนุนการสื่อสาร การทำงานร่วมกัน และการใช้ผลการประเมินเป็นฐานในการพัฒนาและโค้ชทีมงานอย่างมีประสิทธิภาพ

วัตถุประสงค์
•  เพื่อส่งเสริมการทำงานร่วมกันภายใน BPP ทุกระดับ
•  เพื่อให้พนักงานเข้าใจตนเองเชิงลึก และเข้าใจความแตกต่างของผู้อื่น
•  เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารและการพูดคุยในเชิงสร้างสรรค์บนพื้นฐานของความหลากหลาย

รายละเอียดการลงทุน
•  1,000,000 บาท

ประโยชน์ต่อองค์กร
•  เสริมสร้างการทำงานร่วมกันเป็นทีม
•  ช่วยให้พนักงานเรียนรู้จุดที่ควรพัฒนา และนำไปสู่การพัฒนาตนเองเพื่อลดอุปสรรคในการทำงานร่วมกัน
•  ส่งเสริมการสื่อสารและการโค้ชภายในทีมด้วยความเข้าใจและสร้างสรรค์

ประโยชน์ด้านสังคม
•  ส่งเสริมการเรียนรู้การอยู่ร่วมกันในสังคมที่มีความหลากหลาย ผ่านการยอมรับความแตกต่าง การเคารพซึ่งกันและกัน และการทำงานร่วมกันอย่างเข้าใจ

 

 

6. คณะกรรมการสวัสดิการ

ตัวแทนพนักงานมีส่วนร่วมในการเจรจาต่อรองกับบริษัทฯ เกี่ยวกับข้อตกลงที่ส่งผลกระทบต่อพนักงาน โดยร่วมประชุมคณะกรรมการสวัสดิการกับกลุ่มบ้านปูเป็นประจำทุกไตรมาส
ในปี 2567 บริษัทฯ ได้มีการปรับปรุงวันลาและสิทธิประโยชน์ที่คำนึงถึงความเท่าเทียม การปรับปรุงระเบียบข้อบังคับที่มีผลต่อพนักงานในทางที่ดีขึ้น เช่น กขยายสวัสดิการเพื่อให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม เพิ่มวันลาในเดือนเกิดและวันปรับสมดุลใจ ขยายสิทธิการลาคลอดของพนักงานหญิงและลาเลี้ยงดูบุตรของพนักงานชาย ขยายสวัสดิการการตรวจสุขภาพประจำปีให้แก่พนักงานเกษียณจนถึงอายุ 65 ปี  เป็นต้น 

 

7. เทคโนโลยีในการบริหารทรัพยากรมนุษย์: การบุกเบิกอนาคตของการทำงาน

การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ไม่เพียงแต่ช่วยให้เกิดการพัฒนาความสามารถทางด้านเทคโนโลยีของพนักงาน แต่ยังเป็นส่วนสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนการทำงานที่มีประสิทธิภาพและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานได้มากขึ้น เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานของหน่วยงานทรัพยากรมนุษย์ ช่วยให้การสื่อสารและการตัดสินใจเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีข้อมูลรองรับ นอกจากนี้ยังช่วยสร้างกระบวนการที่สะดวกและมีความแม่นยำมากขึ้น ทั้งยังส่งผลให้บริษัทฯ สามารถดึงดูดและรักษาพนักงานที่มีความสามารถ เพื่อสร้างการเติบโตและความสำเร็จอย่างยั่งยืนให้กับองค์กรได้ในระยะยาว

กลุ่มบ้านปูได้พัฒนาเทคโนโลยีในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ตั้งแต่ปี 2566 โดยในปีที่ผ่านมา ได้มุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับพนักงาน (Employee Experience) และการนำข้อมูลมาวิเคราะห์ (Data-driven Analytics) เพื่อเพิ่มการทำงานร่วมกัน การเรียนรู้ การเข้าถึงบริการ การวิเคราะห์ข้อมูล และความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานทั่วทั้งองค์กร โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบนิเวศดิจิทัลทางการบริหารทรัพยากรมนุษย์ (HR Digital Ecosystem) ดังต่อไปนี้

  1. การทำงานร่วมกันและชุมชน (Collaboration & Community) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานในการแบ่งปันและยอมรับซึ่งกันและกัน สร้างชุมชนแห่งการชื่นชม และส่งเสริมให้เกิดการสร้างความผูกพันที่ดีระหว่างพนักงานและองค์กร
  2. สถาบันการศึกษาเสมือนจริง (Virtual University) เปิดโอกาสให้พนักงานได้พัฒนาทักษะ ความรู้ และความสามารถ (Skill, Knowledge, and Ability) โดยไม่จำกัดสถานที่หรือเวลา นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการจัดตั้งชุมชนแห่งการปฏิบัติ (Community of Practices) ที่ช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแบ่งปันความรู้ข้ามประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  3. บริการออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง (24×7 Boundless Online Services) การบริการออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมงจะช่วยให้พนักงานสามารถเข้าถึงบริการส่วนบุคคลที่ปรับให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละคนได้ทุกที่ทุกเวลา
  4. แดชบอร์ดและการวิเคราะห์ (Dashboard and Analytics) โดยใช้ AI เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูล ทำให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจและจัดการกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
  5. การส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน (Well-being Program) เทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนพนักงานทั้งด้านสุขภาพกาย การเงิน และสุขภาพจิตอย่างครบวงจร เพื่อให้พวกเขาประสบความสำเร็จทั้งในด้านส่วนตัวและอาชีพการงาน

 

  • BuddyUp เพื่อเสริมสร้างความผูกพันต่อองค์กร

แพลตฟอร์มนี้ได้เริ่มนำมาใช้ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566 มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความผูกพันระหว่างพนักงานและบริษัท (Employee Engagement) ผ่านฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น นามบัตรดิจิทัล ศูนย์รวมข่าวสาร และโปรแกรมสะสมคะแนนจากการเข้าร่วมกิจกรรมที่เรียกว่า FriendChip เป็นต้น

โปรแกรมการสะสมคะแนน FriendChip จากการเข้าร่วมกิจกรรมช่วยเพิ่มความสนใจของพนักงานในการเข้าร่วมกิจกรรมที่บริษัทฯ จัดมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อของรางวัลที่อาจจะหมดอายุ โดยพนักงานสามารถสะสมคะแนนและแลกเป็นสินค้าหรือบริการที่ตนเองต้องการได้ อีกทั้งยังส่งเสริมการให้ความชื่นชมผ่านการโอนคะแนนเป็นของขวัญตอบแทนกัน
ในปี 2567 โปรแกรม FriendChip ได้รับความนิยมจากหลากหลายหน่วยงานและร่วมสร้างความผูกพันผ่านกิจกรรมในหลากหลายวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

  • การพัฒนาฐานข้อมูลรวมสำหรับนำไปสร้างแดชบอร์ดและการวิเคราะห์ 

ในเดือนสิงหาคม ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ได้เริ่มโครงการพัฒนาฐานข้อมูลรวมเพื่อใช้ในการสร้างแดชบอร์ดและการวิเคราะห์ หรือที่เรียกว่า People Insight โดยจะรวบรวมข้อมูลที่ได้คัดสรรจากหลากหลายแพลตฟอร์มไว้ในฐานข้อมูลเดียวกัน ซึ่งมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

    • เพื่อนำข้อมูลมาเชื่อมโยงและสามารถวิเคราะห์ทิศทางหรือผลการดำเนินการที่หลากหลายยิ่งขึ้น เช่น การนำข้อมูลผลการดำเนินงานของบริษัทฯ มาเปรียบเทียบกับคะแนนความผูกพันต่อองค์กรหรืออัตราการเลื่อนตำแหน่งของพนักงาน ซึ่งจะช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างการสร้างความผูกพันต่อองค์กรหรือโอกาสในการเติบโตของพนักงานที่ส่งผลต่อผลการดำเนินงานของบริษัท
    • สนับสนุนให้ผู้บริหารสามารถเข้าถึงข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ได้อย่างทันท่วงที เพื่อนำไปใช้ในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ ผ่านการสร้างแดชบอร์ดด้านกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (Strategic HR Dashboard) ผู้บริหารสามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้ทั้งจากโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ตามความต้องการและในเวลาที่เหมาะสม โดยข้อมูลจะแสดงผลทั้งในปัจจุบันและย้อนหลัง เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลในอดีต พร้อมกำหนดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลตามความจำเป็นและความเหมาะสม
    • สนับสนุนและเปิดโอกาสให้พนักงานสามารถใช้ข้อมูลในการสร้างแผนงานและตัดสินใจได้ทุกที่ทุกเวลา โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการขอข้อมูล ซึ่งช่วยให้พนักงานที่ต้องส่งมอบงานตามกำหนดสามารถเข้าถึงข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ได้ทันเวลาและในช่วงเวลาที่เหมาะสม
  • การพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI: Artificial Intelligence)
    บริษัทฯ ได้เริ่มนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดยมีการดำเนินการดังนี้
    • พัฒนาและทดลองใช้ AI เพื่อช่วยคัดกรองอคติจากการประเมินศักยภาพของพนักงาน โดยเริ่มดำเนินโครงการในปี 2567 ที่บริษัทในเครือ เพื่อทดสอบและยืนยันความสามารถของเทคโนโลยี AI และในปี 2568 จะพิจารณานำไปใช้กับบริษัทอื่นๆ ในเครือต่อไป
    • ใช้ AI ในการค้นหาข้อมูลและสร้างชุดทักษะที่จำเป็นสำหรับแต่ละตำแหน่งงาน (Essential Skill Set) โดยการพิจารณาข้อมูลในตลาดแรงงาน เปรียบเทียบกับองค์กรอื่นๆ และพัฒนาหลักการเพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการออกแบบแผนการพัฒนาทักษะของพนักงานต่อไป
    • พัฒนา Chatbot เพื่อให้บริการพนักงานผ่านเทคโนโลยี Generative AI โดยพนักงานสามารถใช้บริการได้ทุกที่ทุกเวลา ในปี 2567 ได้มีการฝึก Chatbot และทดลองให้บริการ พร้อมเก็บความคิดเห็นจากพนักงานเกี่ยวกับเรื่องที่พนักงานมักสอบถามเป็นประจำ เช่น สวัสดิการ และประกันสุขภาพกลุ่มสำหรับพนักงาน เป็นต้น

 

8. การปรับปรุงกรอบการประเมินผลการปฏิบัติงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

ในปี 2568 บ้านปู เพาเวอร์ ได้นำ แนวทางการจัดทำตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงาน (KPI) ใหม่ มาใช้กับประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เพื่อเชื่อมโยงผลการปฏิบัติงานกับผลการดำเนินธุรกิจโดยตรง และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างธุรกิจในกลุ่มบ้านปู ตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงานประกอบด้วย 5 ส่วนสำคัญ ดังนี้ 

  1. ตัวชี้วัดด้านการเงิน (Financial KPIs) – ร้อยละ 25 
  2. ตัวชี้วัดด้านหน้าที่งานที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของบริษัทโดยตรง (Functional KPIs linked directly to Company Goals and Targets) – ร้อยละ 35 
  3. ตัวชี้วัดด้านการทำงานร่วมกันข้ามสายงาน (Cross-Functional KPIs) – ร้อยละ 25 
  4. ตัวชี้วัดด้านการพัฒนาบุคลากร (People Development KPIs) – ร้อยละ 10 โดยมุ่งเน้นที่การพัฒนาผู้สืบทอดตำแหน่งและพนักงานในสายงานของตน 
  5. ตัวชี้วัดด้านความเป็นผู้นำ (Leadership KPIs) – ร้อยละ 5 

การประเมินผลการปฏิบัติงานใหม่จะ ส่งผลโดยตรงต่อโบนัสผันแปร โดยที่ผ่านมา โบนัสผันแปรของประธานเจ้าหน้าที่บริหารจะใช้หลักการเดียวกับพนักงานทั่วไปในประเทศไทยซึ่งพิจารณาจากผลประกอบการทางการเงินของบริษัทเท่านั้น โดยการประเมินผลแบบใหม่นี้จะครอบคลุมการดำเนินงานหลายมิติ เพื่อให้มั่นใจว่าประธานเจ้าหน้าที่บริหารได้ดำเนินงานครอบคลุมทุกมิติที่มีความสำคัญต่อบริษัทฯ 

 

 

เอกสารดาวน์โหลด

นโยบายการบริหารทรัพยากรบุคคลของกลุ่มบ้านปู

ข้อบังคับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของกลุ่มบ้านปู

© 2026 Banpu Power Public Company Limited | บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน). All rights reserved.