By clicking “Accept All Cookies”, you agree to the storing of cookies on your device to enhance site navigation, analyze site usage, and assist in our marketing efforts.
Cookies Settings
การปล่อยก๊าซเรือนกระจก

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนและความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์ ทั่วโลกจึงให้ความร่วมมือในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น ดังจะเห็นได้จากข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) ที่นานาประเทศได้ร่วมกันตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อควบคุมการเพิ่มของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกให้ไม่เกิน 2 องศาเซลเซียส โดยออกนโยบายและกฎหมายเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในประเทศ เช่น ระบบการซื้อขายใบอนุญาตปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission Trading Scheme: ETS) และการส่งเสริมการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น เป็นต้น

บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้า โดยมีกิจกรรมที่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ดังนี้

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง (Scope 1) การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม (Scope 2)
  • การใช้เชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า ไอน้ำ และความร้อน ได้แก่ ถ่านหิน และก๊าซทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรม
  • การใช้น้ำมันดีเซลในการเริ่มจุดการเผาไหม้ในหม้อต้มไอน้ำ เครื่องจักรขนาดใหญ่ เครื่องผลิตไฟสำรอง ยานพาหนะการขนส่งภายใน เป็นต้น
  • การใช้น้ำมันเบนซินในยานพาหนะ (เล็กน้อย)
  • การใช้แคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO3) ในระบบการควบคุมคุณภาพอากาศ
  • การใช้ก๊าซ SF6 และ HFCs
  • การซื้อไฟฟ้าจากภายนอก

การบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในธุรกิจผลิตไฟฟ้า

บริษัทฯ ส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (High Efficiency, Low Emissions: HELE) และสนับสนุนโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนให้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น โดยมีการบริหารจัดการเพื่อลดก๊าซเรือนกระจก ดังนี้

• โรงไฟฟ้าฐานที่ดำเนินการผลิตในปัจจุบัน
บริษัทฯ เน้นการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ ตรวจสอบอุปกรณ์ภายในโรงไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ และมองหาโอกาสในการนำเชื้อเพลิงที่หลากหลายมาใช้เพื่อตอบสนองต่อผู้มีส่วนได้เสียและสามารถจัดหาได้ในพื้นที่ เช่น ก๊าซธรรมชาติ ชีวมวล และก๊าซทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น โดยแบ่งตามอำนาจในการบริหารจัดการ ดังนี้

โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมในจีน เป็นโรงไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพในการใช้พลังงานสูง กล่าวคือ มีการสูญเสียพลังงานในการผลิตประมาณร้อยละ 25 ในช่วงที่ผลิตไอน้ำและไฟฟ้าเต็มกำลังการผลิต ในขณะที่โรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิงทั่วไปที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวจะมีการสูญเสียพลังงานในการผลิตประมาณร้อยละ 65 ส่งผลให้โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมมีอัตราการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ อย่างไรก็ตาม ความต้องการของลูกค้าในการรับซื้อไอน้ำในช่วงเวลาต่างๆ ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก บริษัทฯ จึงมุ่งเน้นการจัดการโดยการใช้นวัตกรรมเพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงไฟฟ้า และจัดให้มีการตรวจสอบความถูกต้องของฐานข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร่วมกับกลุ่มบ้านปู

โรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิงทั่วไปที่เป็นบริษัทร่วมทุน ได้แก่ โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี และโรงไฟฟ้าหงสา มุ่งเน้นการบริหารจัดการและการซ่อมบำรุงประจำปีให้มีคุณภาพ รวมถึงริเริ่มนำระบบสารสนเทศมาใช้เพื่อคาดการณ์การซ่อมบำรุงก่อนที่เครื่องจักรจะเสีย (Predictive Maintenance) เป็นต้น ซึ่งจะส่งผลต่อประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าให้มีการใช้เชื้อเพลิงต่อหน่วยการผลิตลดลง มีค่าความพร้อมจ่ายไฟ (Equivalent Availability Factor: EAF) ได้ตามการออกแบบซึ่งเป็นตัวชี้วัด ผลการดำเนินงานที่สำคัญซึ่งสะท้อนถึงความพร้อมและประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้า รวมถึงส่งผลโดยตรงในการลดอัตราการปล่อย ก๊าซเรือนกระจก โดยบริษัทฯ มีหน่วยงานบริหารจัดการสินทรัพย์เป็นผู้ติดตามตรวจสอบร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจที่ร่วมทุนในโรงไฟฟ้า

• โครงการโรงไฟฟ้าฐานที่กำลังพัฒนาและขยายกำลังการผลิต
บริษัทฯ เลือกใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (High Efficiency, Low Emissions: HELE) ในโครงการที่เป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนหรือพลังความร้อนร่วมที่จะเกิดขึ้น เช่น โครงการโรงไฟฟ้าซานซีลู่กวงใช้เทคโนโลยี Ultra-Supercritical ซึ่งเป็นเทคโนโลยีล่าสุดในโรงไฟฟ้าพลังความร้อนในขณะที่ออกแบบและดำเนินการก่อสร้าง

• โครงการโรงไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน
บริษัทฯ มีการตั้งเป้าหมายในการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ภายในปี 2568 เพื่อลดอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทฯ ต่อกำลังการผลิต ในปัจจุบัน บริษัทฯ มีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่อยู่ในระหว่างการพัฒนาโครงการ รวมถึงยังมองหาโอกาสในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

การมองหาโอกาสการลงทุนในพลังงานสะอาด เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของสังคมคาร์บอนต่ำในอนาคต

บริษัทฯ ได้มองหาโอกาสในการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในประเทศที่มีนโยบายให้การสนับสนุนชัดเจน นอกจากนี้ ยังได้ลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดยต่อยอดจากธุรกิจไฟฟ้าที่ดำเนินการอยู่แล้วเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ได้แก่ ธุรกิจซื้อขายไฟฟ้าผ่านแพลตฟอร์มระบบกลางและธุรกิจค้าปลีกไฟฟ้า (Energy Trading and Retail Electricity) ในญี่ปุ่น โดยขยายโอกาสการทำธุรกิจกับกลุ่มลูกค้ารายย่อยและธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคามากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม และกลุ่มลูกค้าที่ต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน

การเพิ่มศักยภาพการปรับตัวเข้าหาความเสี่ยงเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

• ด้านการจัดการความเสี่ยงด้านการดำเนินงานผลิต: บริษัทฯ มีการนำระบบการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management System: BCMS) เข้ามาใช้ในในการเตรียมความพร้อมหากเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้การดำเนินธุรกิจต้องหยุดชะงัก เช่น ภัยธรรมชาติ และโรคระบาด เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทฯ สามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการให้กับลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียต่างๆ ได้อย่างทันท่วงที

• ด้านการเปลี่ยนแปลงนโยบาย การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านพลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก: บริษัทฯ มีหน่วยงานที่คอยติดตามตรวจสอบ และคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบในทุกพื้นที่ที่เปิดดำเนินการทั้งในระดับท้องถิ่น และจากหน่วยงานกลาง เพื่อที่จะสามารถปรับตัวได้ทันกับการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่มีความเข้มข้นขึ้น ขณะเดียวกันก็มองหาโอกาสในการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนที่ภาครัฐให้การสนับสนุนมากยิ่งขึ้น

นโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ผลการดำเนินการ

© 2021 Banpu Power Public Company Limited | บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน). All rights reserved.