BPP พัฒนาศักยภาพของผู้นำอย่างต่อเนื่องผ่านหลักสูตรผู้นำของกลุ่มบ้านปู ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านภาวะผู้นำ อันเป็นรากฐานของการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืนและความสามารถในการปรับตัวขององค์กรในระยะยาว โครงการได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิดการพัฒนาแบบมุ่งผลลัพธ์ เพื่อเสริมสร้างทักษะการเป็นผู้นำและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในการดำเนินงาน สร้างผลลัพธ์เชิงธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม และสอดคล้องกับกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ โดยโครงการเปิดโอกาสให้ผู้นำที่ได้รับการคัดเลือกจากหลากหลายประเทศได้ร่วมเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในบริบทระดับสากล ผ่านการเรียนรู้เชิงประสบการณ์และการทำงานร่วมกันระหว่างผู้เข้าร่วมจากต่างสายงานและต่างวัฒนธรรมซึ่งช่วยพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนองค์กรในอนาคต ได้แก่
• การคิดเชิงระบบและการมองภาพรวมเชิงกลยุทธ์
• การบริหารองค์กรท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอน
• การทำงานร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียในวัฒนธรรมที่หลากหลาย
• การขับเคลื่อนนวัตกรรมและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยใช้ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 6–8 เดือน ซึ่งในปี 2568 มีพนักงานเข้าร่วมโครงการจำนวน 108 คน คิดเป็นร้อยละ 10.5 ของพนักงานทั้งหมด (Full-time equivalent: FTEs) โดยมีรูปแบบการอบรมเป็นโมดูล ควบคู่กับการเรียนรู้จากโครงการเชิงปฏิบัติ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้เข้าร่วมอบรม และการร่วมเรียนรู้จากบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านหลักสูตรผู้นำของกลุ่มบ้านปูแบ่งเป็น 4 ระดับได้แก่

หลักสูตรแต่ละระดับจะได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับความรับผิดชอบและทิศทางขององค์กรในอนาคต นอกจากนี้ หลักสูตร Banpu Global Leadership ยังสนับสนุนความยั่งยืนและการสร้างคุณค่าระยะยาวใน 3 ด้านที่สำคัญ ดังนี้
- ส่งเสริมความเป็นเลิศด้านการเป็นผู้นำและการกำกับดูแลอย่างมีจริยธรรม ปลูกฝังทักษะความเป็นผู้นำที่มีจริยธรรม ความรับผิดชอบ และความยืดหยุ่น ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมให้ผู้นำสามารถเป็นแบบอย่างที่ดีในด้านความซื่อสัตย์และการตัดสินใจอย่างมีความรับผิดชอบ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการกำกับดูแลกิจการอย่างยั่งยืน
- การพัฒนาความสามารถเชิงกลยุทธ์และการเงินเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน เสริมสร้างทักษะการวางแผนเชิงกลยุทธ์ ความรู้ทางการเงิน และการวิเคราะห์ตลาด เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจที่รอบคอบและสร้างสมดุลระหว่างผลประกอบการทางธุรกิจกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม
- ส่งเสริมการทำงานแบบ Agile การทำงานร่วมมือกัน และพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยธุรกิจในแต่ละภูมิภาค ช่วยเพิ่มความคล่องตัวขององค์กร ความสามารถด้านนวัตกรรม และความพร้อมในการรับมือกับความท้าทายด้านความยั่งยืนและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในอนาคต
ประโยชน์ต่อองค์กร
• ตำแหน่งงานที่มีความสำคัญได้รับการสืบทอดโดยพนักงานที่เข้าร่วมโครงการ ร้อยละ 100
• พนักงานที่ได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในกลุ่มศักยภาพสูง เข้าร่วมโครงการ ร้อยละ 100
• รักษาพนักงานที่ได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในกลุ่มศักยภาพสูงคงอยู่ในองค์กร ร้อยละ 100
ประโยชน์ด้านสังคม
• ชุมชนหรือพื้นที่ที่บริษัทดำเนินงานได้รับผลจากการตัดสินใจของผู้นำที่มีความรับผิดชอบ เป็นธรรม และคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสีย
• พนักงานได้รับการพัฒนาทักษะภาวะผู้นำและการตัดสินใจอย่างมีจริยธรรม ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ทั้งในการทำงานและการดำเนินชีวิต

BPP เสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านทรัพยากรมนุษย์ผ่านโครงการพัฒนาศักยภาพให้แก่พนักงานโรงไฟฟ้าในประเทศจีน โดยมุ่งเน้นการยกระดับทักษะการดำเนินงานของพนักงานให้พร้อมรับความท้าทายในอนาคตเพื่อสนับสนุนการรักษาเสถียรภาพของการเดินเครื่อง ประสิทธิภาพการดำเนินงาน และความสามารถในการสร้างความยืดหยุ่นทางธุรกิจในระยะยาว โดยในปี 2568 มีพนักงานโรงไฟฟ้าเข้าร่วมกว่า 816 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 81.6 ของพนักงานทั้งหมด (FTEs) ซึ่งมีชั่วโมงการฝึกอบรมรวมมากกว่า 22,500 ชั่วโมง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการลงทุนพัฒนาทักษะบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิดการพัฒนากำลังคนแบบมุ่งผลลัพธ์ เพื่อให้การเรียนรู้สามารถนำไปประยุกต์ใช้จริงและสร้างผลลัพธ์เชิงธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม

วัตถุประสงค์
• ยกระดับความรู้ ทักษะด้านเทคนิคและการปฏิบัติงานของทีมผลิตและบำรุงรักษา
• ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การแก้ไขปัญหาหน้างาน
• เพิ่มเสถียรภาพของโรงไฟฟ้าจากการส่งเสริมศักยภาพพนักงานในการเดินเครื่องและบำรุงรักษา
ประโยชน์ต่อองค์กร
• การแก้ไขปัญหาทางเทคนิคและการทำงานร่วมกันมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้คะแนนสมรรถนะด้านนวัตกรรมสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมในประเทศจีน
• อัตราการลาออกโดยสมัครใจลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากร้อยละ 10.77 ในปี 2566 เหลือร้อยละ 2.51 ในปี 2568 ซึ่งสามารถช่วยลดต้นทุนด้านการสรรหาและทดแทนบุคลากรได้ประมาณ 55,000 ดอลลาร์สหรัฐ
• โรงไฟฟ้าทั้ง 3 แห่งในจีน สามารถรักษาดัชนีความพร้อมจ่าย (Availability Factor: AF) ที่ร้อยละ 94.17 ดีกว่าปีก่อนหน้า และดีกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ร้อยละ 90
ประโยชน์ด้านสังคม
• ช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงาน
• ชุมชนและสังคมโดยรอบได้รับประโยชน์จากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพและมีการควบคุมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่ดี


บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการองค์ความรู้ภายในองค์กร โดยเชื่อว่าเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมนวัตกรรมและการสร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้างต่อความคิดใหม่ โดยการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างพนักงาน จะช่วยให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลที่หลากหลาย นำไปสู่การพัฒนาแนวทางในการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงจัดกิจกรรม “BPP Knowledge Management Sharing” อย่างสม่ำเสมอทุกไตรมาส เพื่อเปิดโอกาสให้แต่ละฝ่ายงานนำเสนอความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และอัปเดตข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ โดยครอบคลุมความรู้ 6 หัวข้อ ดังนี้
1) ปรับปรุงข้อมูลด้านธุรกิจและเทคโนโลยีไฟฟ้า
2) นโยบายและแนวปฏิบัติงานองค์กร
3) วิธีปฏิบัติงาน
4) แนวปฏิบัติที่ดี
5) การถอดบทเรียน
6) วิธีการทำงานเชิงเทคนิคและทักษะที่ใช้ในการปฏิบัติงาน
ในปี 2568 บริษัทได้จัดกิจกรรม Knowledge Management Sharing โดยมีหัวข้อการอบรม 21 เรื่อง คิดเป็นชั่วโมงการอบรม 11.30 ชั่วโมง ดังรายละเอียดต่อไปนี้

โครงการพัฒนาศักยภาพด้านดิจิทัลจัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2561 โดยดำเนินการผ่าน Banpu Digital Academy ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของกลุ่มบ้านปู โครงการมุ่งเสริมสร้างความตระหนักรู้และยกระดับขีดความสามารถด้านดิจิทัลของบุคลากรในทุกระดับ ผ่านการบูรณาการทักษะด้านดิจิทัล เข้ากับกระบวนการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ด้วยการออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ที่เฉพาะเจาะจงกับแต่ละบุคคลบนแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์เพื่อให้พนักงานสามารถพัฒนาทักษะได้อย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับบทบาทหน้าที่
โดยในปี 2568 โครงการจะมุ่งเน้นหลักสูตรที่เกี่ยวกับทักษะด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการทำงานในอนาคต อาทิ Data Science, Artificial Intelligence (AI), ChatGPT, Data Visualization และ DevOps ซึ่งมีการดำเนินโครงการครอบคลุมทุกประเทศที่บริษัทฯ ดำเนินงาน
• มีพนักงานเข้าร่วมการอบรมจำนวนทั้งสิ้น 245 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 4.9 ของพนักงานทั้งหมด
• มีการลงทะเบียนเรียนรวม 511 หลักสูตร
• มีจำนวนชั่วโมงการเรียนรู้รวม 2,985 ชั่วโมง หรือเฉลี่ย 12.18 ชั่วโมง/คน
ประโยชน์ต่อองค์กร
• เพิ่มความสามารถในการแข่งขันจากการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การใช้ข้อมูล และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการดำเนินธุรกิจ
• พัฒนาทุนมนุษย์ให้สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจและการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร
ประโยชน์ด้านสังคม
• บุคลากรมีทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต
• สร้างทรัพยากรบุคคลที่มีความพร้อมในการนำเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์อย่างมีความรับผิดชอบ
