อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
ความสำคัญ
ความปลอดภัยในการทำงานเป็นเป้าหมายสูงสุดของการดำเนินงาน เนื่องจากการดำเนินงานที่ไม่ปลอดภัย อาจก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิต และทรัพย์สิน รวมถึงอาจส่งผลต่อสภาพแวดล้อมและสุขภาพของพนักงาน ดังนั้น การสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในเพื่อป้องกันอุบัติเหตุในเชิงรุกจึงเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการอย่างสม่ำเสมอและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ สร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัย กำหนดมาตรการป้องกันที่ชัดเจน การตรวจสอบผลการดำเนินงาน การส่งเสริมความรู้ สร้างความตระหนัก และการมีส่วนร่วมจากพนักงานและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน สภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยถือเป็นสิทธิมนุษยชนที่พนักงาน ผู้รับเหมา และผู้ที่เข้ามาในพื้นที่ทำงานพึงจะได้รับอย่างเพียงพอและเท่าเทียมกัน อีกทั้งการส่งเสริมการมีส่วนร่วมให้พนักงานได้นำเสนอข้อคิดเห็นในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงาน จะเป็นการสร้างการมีส่วนร่วม สร้างขวัญกำลังใจ และความผูกพันต่อองค์กรอีกด้วย
เป้าหมายปี 2568
• สภาพแวดล้อมในการทำางานเป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำาหนดอย่างครบถ้วน
• ไม่มี อุบัติเหตุร้ายแรงและเจ็บป่วยจากการทำางานทั้งพนักงานและผู้รับเหมา
• อัตราอุบัติเหตุด้านความปลอดภัยในกระบวนการผลิต (Process Safety Event Rate) Tier-1 เป็นศูนย์
แนวทางการบริหารจัดการ
บริษัทฯ มุ่งสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในองค์กรโดยกำหนดเป้าหมาย 3 ประการ (3 ZEROs) ได้แก่

ในการดำเนินงานเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมาย BPP มีแนวทางการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย ดังนี้
- ความรับผิดชอบและหน้าที่ในด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ผู้บริหารตั้งแต่ระดับสูงสุดจนถึงผู้บริหารที่อยู่หน้างาน มีคำมั่นสัญญาและความรับผิดชอบในการสร้างความปลอดภัยในการทำงาน ตั้งแต่การออกแบบก่อสร้างจนถึงช่วงการปฏิบัติงาน ป้องกันแก้ไขสภาพการทำงานที่ไม่ปลอดภัย พฤติกรรมการทำงานที่ไม่ปลอดภัย กำหนดเป้าหมายการพัฒนาด้านความปลอดภัยทั้งในระยะสั้นและระยะยาว แสดงถึงความเป็นผู้นำและเป็นแบบอย่างที่ดีด้านความปลอดภัย นอกจากนี้พนักงานทุกคนมีหน้าที่ในการสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยซึ่งกันและกัน โดยกำหนดเป็นตัวชี้วัดผลการดำเนินงานทั้งในผู้บริหารระดับสูงจนถึงพนักงานในระดับปฏิบัติการ
- ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และมาตรฐานการดำเนินงานด้านความปลอดภัยของบริษัทฯ BPP มีความเข้มงวดในการปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานการดำเนินงานที่ดีด้านความปลอดภัย มีการตรวจสอบความสอดคล้องตามกฎหมายและกฎด้านความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ โดยได้นำมาตรฐานระบบการจัดการด้านความปลอดภัยที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลมาใช้ในทุกหน่วยการผลิต
- จัดการความเสี่ยงด้านความปลอดภัย BPP ประเมินความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในทุกงาน โดยทุกหน่วยปฏิบัติงานจัดให้มีการป้องกันและลดความเสี่ยงอย่างเหมาะสม สำหรับงานที่มีความเสี่ยงในระดับความรุนแรงและความน่าจะเป็นสูง จะต้องมีแผนงานเพื่อลดความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้โดยทันที
- สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย BPP ส่งเสริมและให้คุณค่ากับการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในทุกพื้นที่ทั้งพนักงานและผู้รับเหมา ยกย่องการมีพฤติกรรมการทำงานที่ปลอดภัย มีการผสานเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรในการเอาใจใส่ดูแลซึ่งกันและกัน กล้าที่จะตักเตือนหากเห็นการทำงานที่ไม่ปลอดภัย
- ส่งเสริมให้พนักงานความรู้ความชำนาญด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างพอเพียง BPP สนับสนุนการให้ความรู้ด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยเพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานรวมถึงผู้รับเหมามีความรู้ความสามารถเพียงพอในการทำงานอย่างปลอดภัย และมีการตรวจสอบ ทบทวนความรู้ความเข้าใจอย่างสม่ำเสมอ
- นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย BPP ส่งเสริมการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อปรับปรุงมาตรฐานการดำเนินงานด้านความปลอดภัยให้ดียิ่งขึ้น เช่น การตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงาน และการรายงานความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
BPP บันทึกสถิติด้านความปลอดภัยโดยครอบคลุมผู้ปฏิบัติงาน (Worker) ทุกคนที่อยู่ในขอบข่ายการควบคุมงาน (Control work) และการควบคุมพื้นที่ (Control workplace) ได้แก่ พนักงาน ผู้รับเหมา และบุคคลที่ได้รับการอนุญาตให้เข้าพื้นที่ ส่วนผู้ปฏิบัติงานที่ไม่ได้อยู่ในขอบข่ายการควบคุมงานหรือการควบคุมพื้นที่นั้น จะบันทึกเป็นรายงานการเกิดอุบัติเหตุแต่ไม่นำมารวมในการคำนวณสถิติอุบัติเหตุ
ผลการดำเนินงานในปี 2568
- โรงไฟฟ้าที่ BPP มีอำนาจในการบริหารจัดการโดยตรง ไม่มีอุบัติเหตุร้ายแรงจนผู้เสียชีวิตจากการทำงานและบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน
- นำระบบการจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001) มาใช้ รวมทั้งนำมาบูรณาการร่วมกับระบบการจัดการด้านคุณภาพ (ISO 9001) และระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม (ISO 14001) โดยโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมทั้ง 3 แห่งในจีนได้รับการรับรองการดำเนินงานตามมาตรฐานระบบการจัดการทั้ง 3 มาตรฐานจากหน่วยงานภายนอก สำหรับโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple ในสหรัฐอเมริกาได้ดำเนินงานให้เป็นไปตามมาตรฐานระบบการจัดการด้านอาชีวอนามัยและความความปลอดภัย ตามกฎหมายของสหรัฐฯ ซึ่งกำกับดูแลโดย Occupational Safety and Health Administration (OSHA)
- มุ่งเน้นการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในเชิงรุกอย่างเป็นระบบ จัดให้มีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยในการทำงาน จัดการอบรมและสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยให้แก่พนักงาน เช่น
| กิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงาน |
กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพของพนักงาน |
- ตรวจประเมินระดับวัฒนธรรมความปลอดภัยในการทำงาน
- ฝึกอบรมและทดสอบเกี่ยวกับความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม กฎความปลอดภัยและความเสี่ยงในพื้นที่ก่อนเข้าปฏิบัติงานและทบทวนตามระยะเวลาที่กำหนดอย่างเคร่งครัด
- ส่งเสริมความปลอดภัยและตรวจสอบสถานที่ปฏิบัติงานโดยผู้บริหารระดับสูงอย่างสม่ำเสมอ
- ตรวจสอบด้านความปลอดภัยโดยพนักงาน หัวหน้างาน และเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในระหว่างปฏิบัติงาน
- ตรวจวัดสภาพแวดล้อมการทำงานให้มีความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ และรายงานผลเพื่อการปรับปรุง
- จัดตั้งคณะกรรมการปรับปรุงด้านความปลอดภัยในสำนักงานและโรงไฟฟ้า
- สื่อสารเพื่อให้เกิดความตระหนักด้านความปลอดภัยผ่านทางกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การจัดกิจกรรมวันความปลอดภัย อีเมลประชาสัมพันธ์ เกมส์ โปสเตอร์ เป็นต้น
- ฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินโดยจำลองสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ และนำผลการฝึกซ้อมไปปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอ
- จัดกิจกรรมวันความปลอดภัยเพื่อสื่อสารเป้าหมายด้านความปลอดภัยและสร้างความตระหนักให้แก่พนักงาน คู่ค้า และผู้รับเหมา
- สร้างแรงจูงใจเพื่อทำให้เกิดการทำงานที่มีความปลอดภัย เช่น รางวัลพิเศษแก่ผู้ที่เป็นตัวอย่างที่ดีด้านความปลอดภัย ผ่านการร่วมรายงานความเสี่ยงด้วยแอปพลิเคชัน SOS และการฉลองความสำเร็จร่วมกัน
|
- ตรวจสุขภาพพนักงานประจำปี และตรวจวัดสมรรถภาพร่างกายตามความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากลักษณะการทำงาน
- ตรวจวัดสภาพแวดล้อมการทำงาน ทั้งในสำนักงานและหน่วยการผลิต และปรับปรุงให้อยู่ในมาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ
- จัดทำประกันสุขภาพเพื่อการรักษาและประสานงานในการจัดหาวัคซีนให้กับพนักงาน เช่น วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่
- ส่งเสริมการออกกำลังกายและการรักษาสุขภาพ เช่น การจัดตั้งชมรมกีฬา การให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ รวมถึงจัดให้มีเทรนเนอร์ด้านการออกกำลังกายเป็นรายบุคคลสำหรับพนักงานที่สนใจ
- จัดกิจกรรมการแข่งขันกีฬาระหว่างพนักงานและผู้รับเหมา
- โครงการที่ปรึกษาด้านจิตวิทยา iSTRONG โดยผู้ให้บริการด้านจิตวิทยาภายนอก เพื่อให้พนักงานสามารถปรึกษาด้านจิตวิทยาเพื่อลดความเครียด ทั้งด้านชีวิตส่วนตัวและการทำงาน โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกเก็บเป็นความลับ
- โครงการพบแพทย์ด้วยระบบออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชัน Health at Work โดยพนักงานสามารถนัดหมาย และพบแพทย์เบื้องต้นทางออนไลน์ จากนั้นแพทย์จะสั่งจ่ายยาแล้วส่งให้กับพนักงาน
- บริการห้องพยาบาลและปฐมพยาบาล ให้บริการโดยพยาบาลวิชาชีพ โดยสามารถวินิจฉัยโรคเบื้องต้น จ่ายยา ทำแผล ตลอดจนให้คำปรึกษาด้านสุขภาพ
- โครงการ Flexible Benefit สนับสนุนงบประมาณปีละ 12,000 บาท ให้กับพนักงานเพื่อใช้ประโยชน์ต่าง ๆ ร่วมถึงเพื่อสุขภาพ เช่น ค่าใช้จ่ายในการตรวจรักษาเพิ่มเติม ค่าสมาชิกสปอร์ตคลับและ อุปกรณ์เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงานอย่างถูกหลักกายศาสตร์จากการทำงานที่บ้าน เป็นต้น
|
ตัวอย่างกิจกรรมและโครงการที่สำคัญ
โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมในประเทศจีนได้พัฒนาหมวกนิรภัยอัจริยะ ซึ่งเป็นหมวกนิรภัยที่มีการติดตั้งเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูง ได้แก่ ระบบบันทึกวิดีโอแบบเรียลไทม์ ระบบถ่ายภาพ ระบบสื่อสารด้วยเสียง ระบบแจ้งเตือนการถอดหมวกและการกระแทก ระบบกำหนดขอบเขตพื้นที่เสมือน ระบบบันทึกและย้อนดูเส้นทางการปฏิบัติงาน ตลอดจนระบบไฟส่องสว่างในตัว เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน
ในปี 2568 โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมหลวนหนานได้นำหมวกนิรภัยอัจฉริยะจำนวน 48 ใบ มาใช้ในกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง เช่น งานซ่อมบำรุง งานปฏิบัติการ และงานบริหารจัดการถ่านหิน โดยได้จัดให้มีการฝึกอบรมการใช้งานหมวกนิรภัยอัจฉริยะแก่ผู้ใช้งานทุกคน นอกจากนี้ ยังได้จัดทำกฎระเบียบการจัดการหมวกนิรภัยอัจฉริยะ เพื่อกำหนดมาตรฐานการใช้งานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั่วทั้งองค์กร
ปัจจุบันพนักงานสามารถใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ผู้ควบคุมงานและเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยสามารถใช้ระบบบริหารจัดการเพื่อติดตาม ควบคุม และสนับสนุนการปฏิบัติงานได้อย่างใกล้ชิด โดยข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 พบว่า
- มีการใช้งานหมวกนิรภัยอัจฉริยะรวม 5,455 ครั้ง
- มีการรายงานความเสี่ยงด้านความปลอดภัยผ่านระบบถ่ายภาพ 65 รายการ
- มีการใช้งานระบบวิดีโอและการสื่อสารแบบเรียลไทม์ 10 ครั้ง เพื่อให้คำแนะนำจากระยะไกลและการรับมือเหตุฉุกเฉิน
- ผู้ควบคุมงานตรวจพบสภาพการทำงานหรือพฤติกรรมที่ไม่ปลอดภัยจำนวน 14 กรณี
- การทบทวนวิดีโอย้อนหลังเพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงานจำนวน 4 กระบวนการ
วัตถุประสงค์
- เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและการซ่อมบำรุง การตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินและการช่วยเหลือเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
รายละเอียดการลงทุน
ประโยชน์ต่อองค์กร
- เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานและลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุ
- ช่วยให้สามารถตรวจพบความผิดปกติและดำเนินการแก้ไขได้อย่างทันท่วงที
- เสริมสร้างวัฒนธรรมแห่งความปลอดภัยขององค์กร
ประโยชน์ด้านสังคม
- สนับสนุนการปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
กลุ่มบ้านปูให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของพนักงาน โดยจัดกิจกรรม Safety Day ประจำปี 2568 ภายใต้ธีม “Safety is Priceless” เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ซึ่งมีผู้ร่วมงานกว่า 100 คน ทั้งในรูปแบบออนไซต์และออนไลน์ โดยมีกิจกรรมส่งเสริมความรู้เรื่องความปลอดภัยในที่ทำงานให้แก่พนักงานบ้านปูผ่านกิจกรรมต่างๆ ดังนี้
- บูธกิจกรรมและมินิเกมส์ให้ความรู้ด้านความปลอดภัยในที่ทำงาน
- เวทีแลกเปลี่ยนความรู้กับพี่ๆ ผู้บริหาร โดยผู้บริหารแต่ละท่าน ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์จากอุบัติเหตุจริงในสถานที่ทำงาน พร้อมทั้งแนวทางป้องกันและค่านิยมด้านความปลอดภัยที่พนักงานควรยึดถือ
- มีกิจกรรมนำเสนอตัวอย่างโครงการส่งเสริมความปลอดภัยให้ชุมชนรอบพื้นที่ปฎิบัติงาน ทั้งการให้ความรู้ความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง และแนวทางการเฝ้าระวังให้แก่ชุมชนในพื้นที่โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น โครงการปรับปรุงถนนของชุมชนในพื้นที่ติดตั้งกังหันลมในประเทศเวียดนาม และจัดอบรมการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้แก่พนักงาน เป็นต้น
- มีบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ภัยเงียบที่มองไม่เห็น: ไมโครพลาสติก” โดยผู้รู้จากภายนอกมาให้ความรู้เรื่องที่มาของไมโครพลาสติก ภัยเงียบจากไมโครพลาสติกต่อสุขภาพของมนุษย์ และแนวทางลดความเสี่ยงในชีวิตประจำวัน
วัตถุประสงค์
- สร้างความตระหนักรู้และสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยให้แก่พนักงานกลุ่มบ้านปู
- ยกระดับทักษะและความพร้อมของพนักงานในการป้องกันอุบัติเหตุในที่ทำงานและรับมือกับความเสี่ยงใหม่
ประโยชน์ต่อองค์กร
- เพิ่มความตระหนักและพฤติกรรมเชิงรุกด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ทำให้สามารถประเมินความเสี่ยงและปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัยมากขึ้นในชีวิตประจำวันและในสถานที่ทำงาน
- ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน รวมถึงเทคนิคการป้องกันอุบัติเหตุและการรับมือเหตุฉุกเฉินจากกรณีศึกษาจริง

โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมโจวผิงได้ริเริ่มโครงการบุคคลต้นแบบด้านความปลอดภัย โดยกำหนดแผนกิจกรรมและหลักเกณฑ์การพิจารณารางวัลอย่างชัดเจน พร้อมสื่อสารให้พนักงานทุกคนรับทราบ โครงการดำเนินการอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยมีกิจกรรมสำคัญ อาทิ
- การตรวจสอบอันตรายและความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทุกเดือน โดยเปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วม พร้อมมอบรางวัล ผู้ตรวจสอบความเสี่ยงจากการทำงาน (Hazard Inspection Talent) แก่พนักงานที่มีผลงานโดดเด่น
- การยกย่องชื่นชมคณะทำงานดีเด่นประจำเดือนในฐานะต้นแบบด้านความปลอดภัย
- การแข่งขันทักษะการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์
- การฝึกซ้อมการใช้อุปกรณ์ดับเพลิง
- การอบรมและฝึกปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ
- การแข่งขันความรู้ด้านใบอนุญาตทำงานและการปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยงสูง
- การแข่งขันความรู้ด้านระเบียบการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้าด้วยความปลอดภัย
- กิจกรรมเนื่องในเดือนรณรงค์ความปลอดภัยจากอัคคีภัยของประเทศจีน
การดำเนินงานเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ โดยมีพนักงานเข้าร่วมครบทั้ง 246 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของพนักงานทั้งหมด พร้อมมอบรางวัลให้แก่บุคคลหรือคณะทำงานที่มีผลงานด้านความปลอดภัยโดดเด่น นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับการรายงานอันตรายและความเสี่ยงด้านความปลอดภัยจากพนักงานจำนวน 107 รายการ (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2568) สะท้อนถึงการมีส่วนร่วมและความตระหนักด้านความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
วัตถุประสงค์
- เพื่อบริหารจัดการและลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน
- เพื่อยกระดับความรู้ ความตระหนัก และส่งเสริมความมีส่วนร่วมของพนักงานในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย
รายละเอียดการลงทุน 10,000 เหรียญสหรัฐ
ประโยชน์ต่อองค์กร
- ช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและการฝ่าฝืนข้อกำหนดทางกฎหมายด้านความปลอดภัย
- เสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยและความรับผิดชอบร่วมกันภายในองค์กร
ประโยชน์ด้านสังคม
- สนับสนุนการปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานด้านความปลอดภัย
BPP ดำเนินการทบทวนและประเมินวัฒนธรรมความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยในปี 2568 ได้ดำเนินการที่โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมเจิ้งติ้ง การประเมินดังกล่าวเริ่มจากการสำรวจการรับรู้ด้านความปลอดภัยเพื่อประเมินทัศนคติและกรอบความคิดด้านความปลอดภัยของพนักงาน จากนั้นได้ดำเนินการประเมินสภาพแวดล้อมและการปฎิบัติงานในพื้นที่ปฏิบัติงานเพื่อประเมินระดับความเป็นเลิศด้านความปลอดภัย (Safety Maturity Level) ของโรงไฟฟ้า
ผลการประเมินพบว่า โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมเจิ้งติ้งมีคะแนนเฉลี่ย 3.56 คะแนน จัดอยู่ในระดับความเป็นเลิศด้านความปลอดภัย ระดับที่ 4 ร่วมมือ (Cooperating) จากทั้งหมด 5 ระดับ มีการดำเนินงานที่โดดเด่นด้านการจัดองค์กรที่ส่งเสริมด้านความปลอดภัย การกำหนดนโยบายการวางกลยุทธ์ การสื่อสาร รวมถึงความมุ่งมั่นและการเป็นแบบอย่างที่ดีของผู้บริหาร
ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมเจิ้งติ้งได้จัดทำแผนปรับปรุงจากผลการประเมิน เพื่อยกระดับระบบบริหารจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย รวมถึงพัฒนาสภาพแวดล้อมและกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่อง
วัตถุประสงค์
- เพื่อพัฒนาและปรับปรุงด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง
- เพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยให้เข้มแข็งและยั่งยืน
รายละเอียดการลงทุน 845 เหรียญสหรัฐ
ประโยชน์ต่อองค์กร
- เสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ ซึ่งสะท้อนผ่านผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- เสริมภาพลักษณ์ขององค์กรที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความรับผิดชอบต่อสังคม
ประโยชน์ด้านสังคม
- ยกระดับความปลอดภัยของทั้งพนักงานและผู้รับเหมาสนับสนุนารปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง
เอกสารดาวน์โหลด
นโยบายอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
