By clicking “Accept All Cookies”, you agree to the storing of cookies on your device to enhance site navigation, analyze site usage, and assist in our marketing efforts.
Cookies Settings
ของเสีย

ความสำคัญ

การอนุรักษ์ทรัพยากรและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าเป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อลดของเสียจากการดำเนินงานให้เหลือน้อยที่สุด ทั้งนี้การบริหารจัดการของเสียที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดของเสียที่เกิดขึ้น รวมทั้งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบจากสาเหตุการหกรั่วไหลหรือการกำจัดของเสียอันตรายที่ไม่เหมาะสม ในธุรกิจไฟฟ้าจากพลังงานเชื้อเพลิงทั่วไป นอกจากของเสียอันตรายและของเสียไม่อันตรายแล้ว ยังมีเถ้าและยิปซัมที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงและกระบวนการบำบัดคุณภาพอากาศ ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มจากการจำหน่ายเพื่อนำไปผสมกับวัสดุก่อสร้าง 

 

เป้าหมายปี 2568

  • ของเสียอันตรายที่นำไปกำจัดโดยตรงไม่เกิน 210 ตัน 
    • โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมไม่เกิน 210 ตัน 
    • โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 0 ตัน 
  • ของเสียไม่อันตรายที่นำไปกำจัดโดยตรงไม่เกิน 793 ตัน 
    • โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมไม่เกิน 793 ตัน 
    • โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติตัน 
  • ไม่มีของเสียอันตรายที่กำจัดด้วยวิธีฝังกลบ  
  • ไม่มีอุบัติการณ์ที่เกิดการรั่วไหลที่มีนัยสำคัญ 
  • สัดส่วนเถ้าที่กำจัดด้วยการนำกลับมาใช้ใหม่หรือรีไซเคิล ไม่น้อยกว่าร้อยละ 100  
  • สัดส่วนยิปซัมที่กำจัดด้วยการนำกลับมาใช้ใหม่หรือรีไซเคิล ไม่น้อยกว่าร้อยละ 100  

 

แนวทางการบริหารจัดการ

BPP กำหนดเป้าหมายการจัดการของเสียและมีการติดตามผลการดำเนินงานเทียบกับเป้าหมายรายปี เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานสอดคล้องตามมาตรฐานการดำเนินงานที่ดีและเป็นไปตามกฎหมายของแต่ละประเทศ โดยใช้หลักการ 3Rs เป็นแนวทางในการบริหารจัดการของเสีย ประกอบด้วย  

  • การลดการใช้ที่แหล่งกำเนิด (Reduce)
  • การนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse)  
  • การรีไซเคิล (Recycle)  

นอกจากนี้ BPP ยังส่งเสริมแนวทางปฏิบัติในการจัดการของเสียให้เกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่อุปทาน อีกทั้งได้มีการจำแนกของเสียจากโรงไฟฟ้าของบริษัทฯ ออกเป็น 3 ประเภท ซึ่งมีแนวทางการบริหารจัดการสรุปได้ดังนี้ 

ในการวัดผลการดำเนินงาน BPP เก็บข้อมูลของเสียตามมาตรฐาน GRI 306 Waste (2020) ตั้งแต่ปี 2564 โดยเก็บรวบรวมปริมาณของเสียที่เกิดขึ้นและที่ส่งไปกำจัดด้วยการชั่งน้ำหนักและบันทึกก่อนนำไปบริหารจัดการหรือกำจัด ซึ่งปริมาณของเสียที่ถูกส่งไปกำจัดโดยหน่วยงานภายนอกจะถูกบันทึกจากใบเสร็จรับเงิน และมีการคัดเลือกหน่วยงานที่ได้รับอนุญาตจากภาครัฐในการขนส่งและกำจัดเพื่อให้มั่นใจว่าการบริหารจัดการเป็นไปตามมาตรฐานตามข้อกำหนดของแต่ละประเทศและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด   

สำหรับเถ้าและยิปซัมจากโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมได้นับรวมอยู่ในของเสียไม่อันตราย ซึ่งได้คัดแยกขนาดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและจำหน่ายให้แก่ลูกค้าเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง 

 

ผลการดำเนินงานในปี 2568

  • BPP มีของเสียเกิดขึ้นทั้งหมด 616,332 ตัน แบ่งเป็นของเสียอันตราย 231 ตัน และของเสียไม่อันตราย 616,101 ตัน (รวมเถ้าและยิปซัม) ซึ่งของเสียทั้งหมดนำไปกำจัดโดยหน่วยงานภายนอก ไม่มีการกำจัดภายในพื้นที่โรงไฟฟ้า ในปี 2568 มีของเสียอันตรายที่นำไปกำจัดโดยตรงจำนวน 10 ตัน และของเสียไม่อันตรายที่นำไปกำจัดโดยตรงจำนวน 733 ตัน และไม่มีของเสียอันตรายที่กำจัดด้วยวิธีฝังกลบ สำหรับเถ้าและยิปซัมถูกกำจัดโดยการนำไปใช้ซ้ำหรือรีไซเคิล 542,807 ตัน คิดเป็นร้อยละ 100 ของเถ้าลอยและยิปซัมทั้งหมด และไม่มีเหตุการณ์การหกรั่วไหลของน้ำมันสารเคมีอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งบรรลุเป้าหมายรวมการจัดการของเสียของ
    บริษัทฯ
  • โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมในจีน มีของเสียอันตรายที่นำไปกำจัดโดยตรงจำนวน 10 ตัน และของเสียไม่อันตรายที่นำไปกำจัดโดยตรงจำนวน 681 ตัน สำหรับเถ้าและยิปซัมนำไปใช้ซ้ำหรือรีไซเคิลทั้งหมดร้อยละ 100 บรรลุเป้าหมายการจัดการของเสียที่ตั้งไว้ โดยในส่วนของเถ้าลอยได้คัดแยกขนาดก่อนส่งจำหน่ายเพื่อนำไปใช้เป็นส่วนประกอบในวัสดุก่อสร้าง ซึ่งการคัดแยกขนาดดังกล่าวเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเถ้าลอย ทำให้ได้ราคาที่สูงขึ้นเนื่องจากมีคุณสมบัติตรงตามความต้องการของลูกค้า
  • โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา ไม่มีของเสียอันตรายที่นำไปกำจัดโดยตรง บรรลุเป้าหมายการจัดการของเสียอันตราย ส่วนของเสียไม่อันตรายที่นำไปกำจัดโดยตรง 52 ตัน เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งเป็นของเสียที่เกิดจากการซ่อมบำรุงและภายในสำนักงาน ได้ถูกกำจัดด้วยการนำไปฝังกลบโดยหน่วยงานภายนอกที่ได้รับอนุญาต
  • ทบทวนและตั้งเป้าหมายการจัดการของเสียในปี 2569-2573

 

ตัวอย่างกิจกรรมและโครงการที่สำคัญ

การใช้ของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมเป็นเชื้อเพลิงผสมกับถ่านหินของโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมโจวผิง 

โรงไฟฟ้าโจวผิงทำการศึกษาเกี่ยวกับการนำของเสีย (Solid Waste) ที่เหลือจากกระบวนการผลิตหรือจากโรงงานอุตสาหกรรมไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงที่สุด โดยสำรวจหาของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมในบริเวณใกล้เคียงที่ยังมีค่าความร้อนและสามารถนำไปใช้ในการเผาไหม้ในหม้อต้มไอน้ำ จากการสำรวจพบว่าของเสียเช่น ถ่านกัมมันต์ที่ใช้แล้ว เถ้าลอย และกากตะกอนจากโรงบำบัดน้ำเสีย เป็นต้น ยังคงมีค่าความร้อนและสามารถนำไปเผาไหม้ต่อได้

โรงไฟฟ้าโจวผิงดำเนินการศึกษาและทดสอบการนำถ่านกัมมันต์ที่ใช้แล้วจากโรงงานน้ำตาลของลูกค้า ซึ่งมีค่าความร้อนราว 2,300 กิโลแคลอรี/กิโลกรัม มาใช้ในการผสมกับถ่านหิน จนได้อัตราส่วนที่ไม่ส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตและค่าคุณภาพอากาศจากปล่องไม่เกินค่ามาตราฐานในอัตราส่วนร้อยละ 10-20 โดยพบว่าถ่านกัมมันต์ราว 2,000-4,000 ตัน สามารถใช้ทดแทนถ่านหินที่ใช้ 600-1,260 ตัน โครงการนี้สามารถลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าราว 6.4 ล้านหยวนต่อปี สามารถลดการพึ่งพาการใช้ถ่านหินได้อย่างยั่งยืน อีกทั้งสามารถช่วยลดปัญหาของเสียจากอุตสาหกรรมของลูกค้าได้อีกทางหนึ่ง โดยสามารถนำของเสียกลับมาใช้เป็นเชื้อเพลิงได้ราว 26,250 ตัน/ปี ซึ่งสามารถนำมาขยายผลได้ในอนาคต แม้ว่าการผสมของเสียจะทำให้ประสิทธิภาพของหม้อต้มน้ำลดลงเล็กน้อยราวร้อยละ 0.6

 

โครงการทำความสะอาดริมแม่น้ำเวิ่นอวี่ เพื่อสร้างความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่พนักงาน 

บริษัท Banpu Investment (China) Ltd. หรือ BIC บริษัทย่อยของ BPP ในประเทศจีน ได้ร่วมมือกับมูลนิธิการปกป้องสิ่งแวดล้อมของปักกิ่ง (Beijing Watcher) จัดกิจกรรมทำความสะอาดชายหาดริมแม่น้ำเวิ่นอวี่ในปักกิ่ง ในวันที่ 19 เมษายน 2567 โดยมีพนักงานจิตอาสาเข้าร่วมกิจกรรมมากกว่า 40 คน และได้แบ่งพนักงานเป็น 4 กลุ่ม ร่วมกันเก็บขยะบริเวณชายหาดที่สวยงาม เช่น ก้นบุหรี่ ฝาขวด ถุงพลาสติกที่ใช้แล้ว เป็นต้น คิดเป็นน้ำหนักรวม 28 กิโลกรัม  

กิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่ช่วยปรับปรุงทัศนียภาพตามแนวแม่น้ำเท่านั้น แต่ยังช่วยให้พนักงานเข้าใจถึงอันตรายของขยะที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และความสำคัญของการปกป้องระบบนิเวศของแม่น้ำได้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงานและหน่วยงานท้องถิ่น และแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคมของพนักงานในทุกประเทศที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจ 

 

การให้ความรู้แก่พนักงานในการจัดการขยะ

กลุ่มบ้านปูเห็นความสำคัญของพนักงานทุกคนที่เป็นส่วนหนึ่งของพลเมืองที่ดีของสังคมในการช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากร โดยได้เชิญคุณก้อง นายชณัฐ วุฒิวิกัยการ หรือ ก้อง กรีนกรีน คอนเทนต์ครีเอเตอร์ชื่อดังมาบอกเล่าวิธีรักษ์โลกแบบสนุกสนานและเข้าใจง่ายผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย มาเป็นวิทยากรให้ความรู้แก่พนักงานกลุ่มบ้านปูในงานวันแห่งความปลอดภัย หรือ Safety Day ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2567 เพื่อให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาขยะในประเทศไทย ความรู้ความเข้าใจในการแยกขยะประเภทต่างๆ รวมทั้งวิธีการลดขยะ เช่น การใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก การนำขยะมาใช้ใหม่หรือรีไซเคิลให้เกิดประโยชน์ เป็นต้น นอกจากนี้ ภายในงานยังได้มีการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการคัดแยกขยะลงถังขยะประเภทต่างๆ ให้ถูกต้อง ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 100 คน 

 

การใช้หนอนแมลงวันลายช่วยย่อยของเสียอินทรีย์

โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ได้ดำเนินโครงการประยุกต์ใช้หนอนแมลงวันลาย (Black Soldier Fly: BSF) เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาของเสียอินทรีย์ในจังหวัดระยอง โดยเฉพาะของเสียจากอาหารซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 60 ของปริมาณของเสียทั้งหมด หรือราว 420 ตันต่อวัน โครงการนี้จะใช้หนอนแมลงวันลายย่อยสลายของเสียอินทรีย์อย่างมีประสิทธิภาพ และนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์โปรตีนสูง ซึ่งเป็นการนำของเสียมาใช้ให้เกิดประโยชน์ สนับสนุนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่ โดยหนอนแมลงวันลายสามารถย่อยสลายของเสียได้รวดเร็วกว่าไส้เดือนดินประมาณ 5 เท่า โดยกระบวนการเริ่มจากการฟักตัวของหนอนจากไข่ แล้วใช้ของเสียอินทรีย์เป็นแหล่งอาหารหลักเป็นระยะเวลา 6 วัน ซึ่งเป็นช่วงที่มีประสิทธิภาพในการย่อยสูงสุด ซึ่งแมลงวันลายจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาแมลงวันรบกวนเหมือนแมลงวันบ้านทั่วไป เนื่องจากตัวเต็มวัยไม่กินอาหารและมีพฤติกรรมไม่ชอบอยู่ใกล้คนหรืออาหารที่ปรุงแล้ว อีกทั้งเป็นการเลี้ยงในระบบปิดจะทำให้ไม่เกิดการแพร่พันธุ์ของแมลงวันชนิดอื่น งานวิจัยบางส่วนระบุว่าหนอนแมลงวันลายสามารถลดการเจริญเติบโตของแมลงวันบ้านได้จากการใช้แหล่งอาหารร่วมกัน

ปัจจุบันได้เริ่มดำเนินโครงการนำร่องที่โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี และขยายผลไปยังเรือนจำกลางจังหวัดระยอง โดยสามารถจัดการของเสียจากอาหารได้ประมาณ 200 กิโลกรัมต่อวัน คิดเป็นร้อยละ 20 ของปริมาณของเสียทั้งหมดของเรือนจำ ซึ่งโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี มีแผนแบ่งปันองค์ความรู้และแนวปฏิบัติจากโครงการให้แก่ผู้ที่สนใจเพื่อขยายผลการจัดการของเสียอินทรีย์อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

วัตถุประสงค์
• ลดปริมาณของเสียอินทรีย์ที่ต้องนำไปฝังกลบ โดยผ่านกระบวนการย่อยสลายทางชีวภาพที่มีประสิทธิภาพ
• แปรรูปของเสียอินทรีย์ให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม โดยเฉพาะอาหารสัตว์โปรตีนสูง

รายละเอียดการลงทุน
• ค่าใช้จ่ายในการจัดซื้ออุปกรณ์ในโครงการนำร่องที่โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี 355 เหรียญสหรัฐ
• ค่าใช้จ่ายในการสร้างโรงเรือนที่เรือนจำกลางจังหวัดระยอง 1,300 เหรียญสหรัฐ

ประโยชน์ต่อองค์กร
• ช่วยลดค่าใช้จ่ายและปริมาณของเสียอินทรีย์ที่ต้องนำไปฝังกลบ
• ลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งจากการศึกษาพบว่า ของเสียอินทรีย์ 1 ตันที่เข้าสู่กระบวนการย่อยสลายด้วยหนอน BSF สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 464.86 กิโลกรัม CO₂e

ประโยชน์ด้านสังคม
• ช่วยลดปริมาณของเสียอินทรีย์ที่ต้องนำไปฝังกลบในท้องถิ่น
• สามารถต่อยอดเป็นกิจกรรมธุรกิจชุมชนจากการแปรรูปของเสียอาหารเป็นอาหารสัตว์โปรตีนสูง จากหนอนแมลงวันลาย
• การสร้างความตระหนักรู้ด้านการจัดการของเสียอินทรีย์แก่สังคม

 

 

เอกสารดาวน์โหลด

นโยบายการบริหารจัดการของเสีย

 

© 2026 Banpu Power Public Company Limited | บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน). All rights reserved.