By clicking “Accept All Cookies”, you agree to the storing of cookies on your device to enhance site navigation, analyze site usage, and assist in our marketing efforts.
Cookies Settings
พลังงาน

ความสำคัญ

ต้นทุนหลักของโรงไฟฟ้าคือค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า ไอน้ำ และพลังงานในรูปแบบต่างๆ ดังนั้น ประสิทธิภาพในการใช้พลังงานจึงมีผลโดยตรงต่อต้นทุน ความสามารถในการแข่งขัน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในขณะเดียวกัน กฎระเบียบที่จำกัดปริมาณการใช้ถ่านหินในประเทศจีนยังเป็นความท้าทายที่ BPP จะต้องมีการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง รวมถึงการปรับปรุงการใช้พลังงานในโรงไฟฟ้าที่มีอยู่ในปัจจุบันและการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าในอนาคต เพื่อลดอัตราการใช้พลังงาน เพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดไฟฟ้าเสรี และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 

 กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานในกระบวนการผลิต ได้แก่ 

  • การใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 
  • การใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำที่โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม 
  • การใช้น้ำมันดีเซลในการจุดหม้อต้ม เครื่องจักรขนาดใหญ่ และการขนส่ง 
  • การใช้น้ำมันเบนซินและดีเซลในการขนส่ง 
  • การซื้อไฟฟ้าจากภายนอก 
  • การใช้พลังงานไฟฟ้าที่ใช้โดยอุปกรณ์และระบบภายในโรงไฟฟ้าเองเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพ  
  • การทดลองใช้ชีวมวล ของเสียจากอุตสาหกรรม และสารอื่น ๆ มาเผาไหม้ร่วมกับถ่านหินในโรงไฟฟ้า 

 

เป้าหมายปี 2568

อัตราการใช้พลังงานไม่เกิน 2.84 กิกะจูล/เมกะวัตต์-ชั่วโมง
• โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมไม่เกิน 1.55 กิกะจูล/เมกะวัตต์-ชั่วโมง
• โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติไม่เกิน 3.94 กิกะจูล/เมกะวัตต์-ชั่วโมง

 

แนวทางการบริหารจัดการ

BPP มุ่งเน้นการบริการจัดการพลังงานโรงไฟฟ้าทุกแห่งให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยดำเนินการตามแนวทางดังนี้ 

  • การเลือกใช้เทคโนโลยีประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงานสูงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 
  • การบริหารการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพและเสถียรภาพ โดยวางแผนการซ่อมบำรุงอย่างเหมาะสมเพื่อเพิ่มดัชนีความพร้อมจ่าย (Availability Factor: AF)  ลดดัชนีการหยุดซ่อมตามแผน (Planned Outage Factor) และดัชนีการหยุดซ่อมนอกแผน (Unplanned Outage Factor) รวมถึงลดการสูญเสียพลังงานจากการหยุดและเริ่มเดินเครื่อง 
  • การปรับปรุงประสิทธิภาพของหม้อต้มไอน้ำให้เกิดการเผาไหม้สมบูรณ์ที่สุด
  • การมองหาโอกาสในการลดการสูญเสียความร้อนและพลังงานในระบบ พร้อมทั้งการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ 
  • การปรับปรุงระบบสนับสนุนต่างๆ เช่น การปรับปรุงคุณภาพน้ำภายในหม้อต้มไอน้ำ เพื่อเพิ่มอายุการใช้งาน ลดการปล่อยน้ำออกและการเติมน้ำใหม่เข้าสู่ระบบ 
  • การมองหาโอกาสในการใช้เชื้อเพลิงอื่นๆ ที่มีอยู่ในพื้นที่ ปรับปรุงโรงไฟฟ้าให้สามารถใช้เชื้อเพลิงได้หลากหลายขึ้น เช่น เชื้อเพลิงชีวมวล ก๊าซเหลือทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมหลอมโลหะ ก๊าซธรรมชาติ เป็นต้น 
  • การวางแผนการจัดซื้อเชื้อเพลิงจากแหล่งผลิตที่หลากหลาย เพื่อสร้างทางเลือกในการจัดหาเชื้อเพลิงที่มีคุณภาพและราคาที่เหมาะสมและลดความเสี่ยงในการขาดแคลนเชื้อเพลิง 
  • การพัฒนาแอปพลิเคชันในการบริหารจัดการพลังงานในโรงไฟฟ้าอย่างครบวงจรตั้งแต่การจัดซื้อ จัดเก็บ การผสม และการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงในกระบวนการผลิต 

การเก็บรวบรวมข้อมูล  

  • โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ ปริมาณก๊าซธรรมชาติที่ใช้ในการผลิตเก็บจากมิเตอร์วัดค่าความร้อนตามการใช้จริง  
  • โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่ว ปริมาณถ่านหินที่ใช้ในโรงไฟฟ้าในจีนเก็บจากเครื่องชั่งที่สายพานลำเลียงถ่านหินก่อนนำเข้าสู่กระบวนการผลิตในโรงไฟฟ้า ปริมาณก๊าซได้จากมิเตอร์วัดอัตราการไหลของก๊าซ 
  • ปริมาณเชื้อเพลิงอื่น ๆ ได้แก่ ดีเซล ไบโอดีเซล และเบนซิน เก็บรวบรวมจากข้อมูลในใบเสร็จรับเงิน 

การคำนวณปริมาณการใช้พลังงาน

บริษัทฯ ใช้ค่าสัมประสิทธิ์ (Energy conversion factor) อ้างอิงตาม GHG Protocol: Emission Factors from Cross Sector Tools สำหรับดีเซล ไบโอดีเซล และเบนซิน และใช้ค่าจากการตรวจวัดรายเดือนสำหรับถ่านหินและก๊าซ 

 

ผลการดำเนินงานในปี 2568

  • BPP มีอัตราการใช้พลังงาน 2.56 กิกะจูล/เมกะวัตต์-ชั่วโมง บรรลุเป้าหมายอัตราการใช้พลังงานไม่เกิน 2.84 กิกะจูล/เมกะวัตต์-ชั่วโมง ดีกว่าเป้าหมายร้อยละ 9.9 จากการมุ่งเน้นการบริการจัดการด้านพลังงานของโรงไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ลดการสูญเสียพลังงานความร้อนและทรัพยากรอื่น ๆ ร่วมกับโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกหน่วยการผลิต อย่างไรก็ตาม การใช้พลังงานรวมเพิ่มขึ้น 1,056 เทราจูลจากปีก่อนหน้า เนื่องจากอัตราการใช้พลังงานในธุรกิจไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกาที่อยู่ในตลาดไฟฟ้าเสรีมีความผันผวนสูง 
    • โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมในจีน มีอัตราการใช้พลังงาน 0.72 กิกะจูล/เมกะวัตต์-ชั่วโมง บรรลุเป้าหมายอัตราการใช้พลังงานไม่เกิน 1.55 กิกะจูล/เมกะวัตต์-ชั่วโมง ดีกว่าเป้าหมายร้อยละ 53.6 เนื่องจากโรงไฟฟ้ามีการปรับปรุงกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง เช่น การปรับวิธีการเดินเครื่องให้เหมาะสมกับปริมาณความต้องการไอน้ำและไฟฟ้าในแต่ละช่วงเวลาของลูกค้า และการร่วมมือกับภาครัฐในการปรับปรุงสถานีจ่ายความร้อนให้ลดการสูญเสียไอน้ำให้น้อยลงที่สุด และโครงการนวัตกรรมลดการใช้พลังงานภายในโรงไฟฟ้า เป็นต้น 
    • โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา มีอัตราการใช้พลังงานเท่ากับ 3.90 กิกะจูล/เมกะวัตต์-ชั่วโมง บรรลุเป้าหมายอัตราการใช้พลังงานไม่เกิน 3.94 กิกะจูล/เมกะวัตต์-ชั่วโมง ดีกว่าเป้าหมายร้อยละ 1.0 จากการปรับปรุงโรงไฟฟ้าให้มีเสถียรภาพและประสิทธิภาพสูงขึ้น ซึ่งโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติจะต้องมีการปรับกำลังการผลิตแบบเรียลไทม์ตามความต้องการไฟฟ้าในตลาดไฟฟ้าเสรีในช่วงเวลาต่าง ๆ  และจำหน่ายไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว จึงส่งผลให้โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติมีอัตราการใช้พลังงานสูงกว่าโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมซึ่งมีกำหนดการผลิตค่อนข้างคงที่และจำหน่ายทั้งไฟฟ้าและไอน้ำ  
  • มีการตรวจสอบ เปรียบเทียบอัตราพลังงานที่นำเข้าต่อพลังงานที่ผลิต และการใช้พลังงานในแต่ละส่วนการผลิตอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากเป็นต้นทุนหลักของการผลิตไฟฟ้าและแสดงถึงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน 
  • มองหาโอกาสในการลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงจากฟอสซิลที่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งมีการดำเนินงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานหลายโครงการ เช่น การผลิตและใช้พลังงานสะอาดเพิ่มขึ้น เพื่อทดแทนการใช้พลังงานจากฟอสซิล เช่น การใช้ชีวมวลจากของเสียทางการเกษตรมาผสมเป็นเชื้อเพลิง การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนโรงเก็บถ่านหิน บริเวณถนน ลานจอดรถ เป็นต้น 
  • ปรับปรุงด้านการเพิ่มประสิทธิภาพเชิงพลังงานของโรงไฟฟ้า อาทิ 
    • ปรับปรุงเทคนิคการฉีดพ่นเชื้อเพลิง 
    • ลดความสูญเสียพลังงานในระบบ เช่นความสูญเสียในระบบท่อ การใช้พลังงานของเครื่องจักรสนับสนุน เป็นต้น 
    • นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันและติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อการจัดการพลังงานแบบองค์รวม 
    • ปรับปรุงโรงไฟฟ้าให้สามารถใช้เชื้อเพลิงอื่น ๆ เช่น ชีวมวล เป็นต้น 

 

ตัวอย่างกิจกรรมและโครงการที่สำคัญ

การลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในโรงไฟฟ้าโจวผิง

เนื่องจากเครื่องจักรในระบบกำจัดเถ้าลอยของโรงไฟฟ้าโจวผิงมีระยะเวลาเดินเครื่องมาอย่างยาวนาน ส่งผลทำให้ประสิทธิภาพเครื่องจักรลดลง และใช้พลังงานไฟฟ้าสูงขึ้น ทำให้ประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าโดยรวมลดลง อีกทั้งยังต้องตอบสนองต่อการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำซึ่งมีกระบวนการ แตกต่างจากตอนเริ่มดำเนินการของโรงไฟฟ้า ดังนั้น บริษัทฯ จึงได้มีแผนงานในการพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพและลดอัตราการใช้พลังงาน ไฟฟ้าของเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

บริษัทฯ ได้ศึกษาทางวิศวกรรมและออกแบบพัฒนาระบบกำจัดเถ้าลอยด้วยการติดตั้งเครื่องสูบเถ้าลอย (Bin Pump) เพิ่มเติม 1 เครื่อง ที่ตำแหน่งกรวยรับเถ้าลอย (Ash Hopper) หมายเลข 5 และ 6 ทำให้ระบบจะมีเครื่องสูบเถ้าลอยทั้งหมด 3 เครื่อง และได้เคลื่อนย้ายเครื่องสูบเถ้าลอยเดิมที่ตำแหน่งกรวยรับเถ้าลอยหมายเลข 1, 2, 3 และหมายเลขที่ 4, 5, 6 เป็นเครื่องที่ 1, 2, และเครื่องที่ 3, 4 เพื่อให้เกิดความสมดุลในระบบ จากการดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบเถ้าลอยเพิ่มเติม และเปลี่ยนตำแหน่งการติดตั้ง ทำให้สามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ 1,421,400 กิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อปี และสามารถประหยัดค่าพลังงานไฟฟ้าราว 640,000 หยวนต่อปี

นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมความเร็วรอบของพัดลมเป่าที่หม้อต้มน้ำตัวที่ 4 และ 6 และพัดลมดูดที่หม้อต้มน้ำตัวที่ 6 เพื่อลดความเร็วรอบในขณะที่โรงไฟฟ้าเดินเครื่องในโหมดเดินเครื่องต่ำ ทำให้สามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในมอเตอร์ได้ราวร้อยละ 50 หรือประมาณ 9,290,000 กิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อปี สามารถประหยัดค่าพลังงานไฟฟ้าราว 4,200,000 หยวนต่อปี


การผสมถ่านที่มีค่าความร้อนต่ำของโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมเจิ้งติ้ง

เนื่องจากถ่านหินที่มีค่าความร้อนต่ำประมาณ 2,000-3,000 กิโลแคลอรี/กิโลกรัม มีราคาที่ถูกกว่าและมีปริมาณมากกว่าถ่านหินที่มีค่าความร้อนสูงกว่าที่ใช้อยู่ในปัจจุบันในท้องตลาด ซึ่งมีค่าความร้อน 3,400 กิโลแคลอรี/กิโลกรัม ดังนั้นโรงไฟฟ้าเจิ้งติ้ง จึงดำเนินการศึกษาและทดลองการนำถ่านหินที่มีค่าความร้อนต่ำกว่าปัจจุบันให้สามารถใช้กับหม้อต้มไอน้ำ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย กำลังการผลิต เสถียรภาพ และสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงของโรงไฟฟ้า

กระบวนการที่สำคัญในการทดลองคือ

  1. กระบวนการควบคุมค่าความร้อนและคุณภาพของถ่านหินหลังจากการผสมถ่านหินที่มีค่าความร้อนแตกต่างกันจากหลายแหล่งในลานกองถ่านหิน
  2. กระบวนการเดินเครื่องของแต่ละหม้อไอน้ำ การติดตามเฝ้าระวัง และการเตรียมแผนฉุกเฉิน
  3. การบำรุงรักษาหม้อไอน้ำโดยเน้นตรวจสอบเพิ่มเติมเรื่องความเสียหายที่อาจจะเกิดจากการกัดกร่อนและการป้องกันพิเศษเพิ่มเติม

ผลการทดลองแสดงถึงความสามารถของอุปกรณ์ของโรงไฟฟ้าที่สามารถรองรับถ่านหินที่มีค่าความร้อนต่ำที่สุด 2,600 กิโลแคลอรี/กิโลกรัม ดังนั้น ปัจจุบันโรงไฟฟ้าเจิ้งติ้งจึงใช้ถ่านหินจากการผสมที่มีค่าความร้อนเฉลี่ย 2,800 กิโลแคลอรี/กิโลกรัม ลดลงประมาณ 600 กิโลแคลอรี/กิโลกรัม และช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงลงได้ 37.85 ล้านหยวน

 

© 2026 Banpu Power Public Company Limited | บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน). All rights reserved.