บริษัทฯ มีการดำเนินโครงการนวัตกรรมโดยมีเป้าหมายหลักในการสร้างความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มประสิทธิภาพและเสถียรภาพในระยะยาว โดยในปีที่ผ่านมาพบว่า การดำเนินงานด้านการปรับปรุงกระบวนการผลิตและนวัตกรรม ส่งผลให้โรงไฟฟ้าที่บริษัทฯ มีอำนาจในการบริหารจัดการโดยตรงมีดัชนีความพร้อม และดัชนีหยุดซ่อมฉุกเฉินเป็นไปตามเป้าหมาย สามารถดำเนินการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพและมีเสถียรภาพตามเป้าหมาย อาทิ
โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมเจิ้งติ้ง
- โครงการอนุรักษ์พลังงานความร้อนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
- โครงการจัดการน้ำอัจฉริยะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างครบวงจร
- โครงการใช้เชื้อเพลิงชีวมวลเผาร่วมกับถ่านหิน (Biomass Co-Firing)
โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมหลวนนาน
- โครงการนำความร้อนที่เหลือจากก๊าซเสียมาใช้ประโยชน์ (Waste heat recovery by utilizing de-white facility)
- โครงการ Digital Twins เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดมลสารในอากาศ
โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมโจวผิง
- โครงการปรับปรุงระบบกำจัดตะกรันหม้อไอน้ำ
- โครงการนำความร้อนที่เหลือจากก๊าซเสียเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพหม้อไอน้ำ
โรงไฟฟ้า Temple
- โครงการเพิ่มความพร้อมในการผลิต
โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี
- โครงการดักจับคาร์บอนจากโรงไฟฟ้าด้วยกระบวนการทางชีวภาพโดยการใช้สาหร่าย (Bio-Carbon Capture by Algae)
- โครงการอนุรักษ์พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ (Smart Approaches to Energy Saving)
โรงไฟฟ้าเอชพีซี
- โครงการซอฟต์แวร์ตรวจสอบและแจ้งเตือนการรั่วไหลของท่อในหม้อไอน้ำ (ALMA: Advanced Leakage Monitoring and Alerting Software)
- โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ของหม้อไอน้ำ
กลุ่มบ้านปูได้ดำเนินกาตรวจสอบหาช่องโหว่ของระบบสารสนเทศอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านไซเบอร์เชิงรุก และเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยของระบบดิจิทัลให้มีความพร้อมใช้งานอย่างต่อเนื่อง โครงการดังกล่าวได้ขยายขอบเขตการดำเนินงานให้ครอบคลุมมากกว่าการประเมินช่องโหว่ตามข้อกำหนดของมาตรฐาน ISO 27001:2022 ไปสู่การตรวจสอบและประเมินช่องโหว่ของระบบตลอด 24 ชั่วโมง ภายใต้กรอบการดำเนินงาน (Rules of Engagement) และข้อตกลงคุ้มครองข้อมูลที่มีความรัดกุม เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินโครงการเป็นไปตามมาตรฐานสูงสุดและปฏิบัติตามกฎระเบียบตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน โดยครอบคลุมการดำเนินงานใน 5 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย จีน อินโดนีเซีย ไทย และสหรัฐอเมริกา

นอกจากนี้ กลุ่มบ้านปูยังคงได้รับการรับรองระบบมาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ISO 27001 และมาตรฐานการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ ISO 22301 อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งในการจัดการความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลและการปกป้องข้อมูลจากการถูกโจรกรรม โดยผลการดำเนินงานในปี 2568 พบว่าผลการดำเนินทุกด้านสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ทั้งหมด ดังนี้
- ระดับความพร้อมใช้งานของบริการดิจิทัล ร้อยละ 99.75 สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่มากกว่าร้อยละ 95
- การประเมินช่องโหว่และความเสี่ยงด้านไซเบอร์ครอบคลุมระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่สำคัญ ร้อยละ 100 เป็นไปตามเป้าหมาย
- อัตราการเข้ารับการอบรมด้านระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security Management System: ISMS) ของบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ร้อยละ 94 สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ร้อยละ 80
ประโยชน์ที่องค์กรได้รับ
- สามารถตรวจพบและแก้ไขช่องโหว่ด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์เชิงรุกก่อนการถูกโจมตีจำนวน 59 จุด (กลุ่มบ้านปูทั้งหมด)
- เพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนในการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์
- สามารถตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นใหม่ได้อย่างรวดเร็ว
ประโยชน์ด้านสังคม
- ลดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์
- เสริมสร้างความเชื่อมั่นจากผู้มีส่วนได้เสียภายนอก เช่น ลูกค้า คู่ค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ
บริษัทฯ ได้ดำเนินโครงการสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยของข้อมูลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2567 จนถึงปัจจุบัน โดยครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การป้องกันภัยจากอีเมลฟิชชิง การใช้งานเครื่องมือดิจิทัลและเทคโนโลยีใหม่อย่างปลอดภัย ประเด็นด้านความเป็นส่วนตัวและแนวทางกำกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI Guardrails) ตลอดจนกระบวนการรายงานเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และการดำเนินงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและแนวปฏิบัติด้านการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร (Enterprise Risk Management) ผ่านการอบรมและกิจกรรมหลากหลายรูปแบบอย่างสม่ำเสมอ ได้แก่ การจำลองสถานการณ์ การสื่อสารแบบเจาะกลุ่มเป้าหมาย และการเรียนรู้ตามบทบาทหน้าที่ (Role-based Learning) เพื่อปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ลดความเสี่ยงจากปัจจัยด้านบุคลากร เสริมสร้างความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน และรักษาความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย
ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ดำเนินกิจกรรม Phishing Simulation ครอบคลุมพนักงานในกลุ่มบ้านปูทั้งหมด โดยจำลองสถานการณ์ในรูปแบบอีเมลฟิชชิง ซึ่งออกแบบโดยหน่วยงาน Digital & Innovation ให้มีรูปแบบอีเมลที่หลากหลายและมีความแนบเนียนมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบกลโกงที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องในสถานการณ์จริง
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดตัวชี้วัด Employee Phishing Resiliency Rate เพื่อประเมินความสามารถของพนักงานในการตรวจจับและรายงานอีเมลฟิชชิง และมีแผนที่จะขยายการดำเนินงานด้านการเรียนรู้เพิ่มเติม ผ่านการอบรมเฉพาะกลุ่มและการจำลองสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความพร้อมของพนักงานในการรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์รูปแบบใหม่ และยกระดับผลการดำเนินงานของตัวชี้วัดดังกล่าวให้เป็นไปตามเป้าหมายในอนาคต
ประโยชน์ที่องค์กรได้รับ
- ลดอุบัติการณ์และความเสี่ยงด้านไซเบอร์ที่เกิดจากความผิดพลาดของบุคลากร
- ยกระดับบทบาทของพนักงานให้เป็นแนวป้องกันด่านแรก (Human Firewall) ต่อสู้กับภัยคุกคามทางไซเบอร์
ประโยชน์ด้านสังคม
- พนักงานมีทักษะดิจิทัลที่จำเป็น ป้องกันความเสี่ยงทางไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้นกับบริษัทฯ และตนเอง
- ปลูกฝังวัฒนธรรมด้านความมั่นคงปลอดภัยและส่งเสริมการรายงานเหตุการณ์เชิงรุก
โครงการพัฒนาศักยภาพด้านดิจิทัลจัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2561 โดยดำเนินการผ่าน Banpu Digital Academy ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของกลุ่มบ้านปู โครงการมุ่งเสริมสร้างความตระหนักรู้และยกระดับขีดความสามารถด้านดิจิทัลของบุคลากรในทุกระดับ ผ่านการบูรณาการทักษะด้านดิจิทัล เข้ากับกระบวนการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ด้วยการออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ที่เฉพาะเจาะจงกับแต่ละบุคคลบนแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ เพื่อให้พนักงานสามารถพัฒนาทักษะได้อย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับบทบาทหน้าที่ โดยในปี 2568 โครงการจะมุ่งเน้นหลักสูตรที่เกี่ยวกับทักษะด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการทำงานในอนาคต อาทิ Data Science, Artificial Intelligence (AI), ChatGPT, Data Visualization และ DevOps ซึ่งมีการดำเนินโครงการครอบคลุมทุกประเทศที่บริษัทฯ ดำเนินงาน
- มีพนักงานเข้าร่วมการอบรมจำนวนทั้งสิ้น 245 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 4.9 ของพนักงานทั้งหมด
- มีการลงทะเบียนเรียนรวม 511 หลักสูตร
- มีจำนวนชั่วโมงการเรียนรู้รวม 2,985 ชั่วโมง หรือเฉลี่ย 12.18 ชั่วโมง/คน
ประโยชน์ที่องค์กรได้รับ
- เพิ่มความสามารถในการแข่งขันจากการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การใช้ข้อมูล และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการดำเนินธุรกิจ
- พัฒนาทุนมนุษย์ให้สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจและการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร
ประโยชน์ด้านสังคม
- บุคลากรมีทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต
- สร้างทรัพยากรบุคคลที่มีความพร้อมในการนำเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์อย่างมีความรับผิดชอบ
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการประยุกต์ใช้ AI ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ Energy Symphonics Strategy เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดต้นทุน และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินโครงการต่างๆ ที่มุ่งเน้นการนำ AI มาใช้ในกระบวนการสำคัญขององค์กร เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงข้อมูลและยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างมีระบบ ซึ่งครอบคลุมโครงการย่อยที่สำคัญ ได้แก่
- โครงการยกระดับการบริหารจัดการบุคลากรด้วย AI (AI-Assisted Talent Management) ซึ่งดำเนินการตั้งแต่ปี 2567 จนถึงปัจจุบัน ผ่านการใช้ระบบและ AI ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการระบุพนักงานศักยภาพสูง และสนับสนุนการรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพ ลดการสรรหาจากภายนอก และเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการบริหารผลการปฏิบัติงานในระดับองค์กร โดยโครงการได้เริ่มใช้งานที่ บ้านปู เน็กซ์ และอยู่ระหว่างการพัฒนาเพิ่มเติมในอนาคต
- โครงการใช้ AI สนับสนุนธุรกิจซื้อขายพลังงาน ได้ดำเนินการในประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี 2567 จนถึงปัจจุบัน โดยนำ AI ช่วยวิเคราะห์และคาดการณ์ราคาพลังงานไฟฟ้า เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจซื้อขายระยะสั้น เพื่อเพิ่มรายได้จากการซื้อขาย และลดต้นทุนที่เกิดจากความคลาดเคลื่อนของผลิตภัณฑ์ โดยโครงการดังกล่าวได้เริ่มใช้งานจริงในญี่ปุ่นและอยู่ระหว่างการขยายขอบเขตการใช้งานให้ครอบคลุมทุกประเทศที่บ้านปูดำเนินธุรกิจ
- การใช้ Agentic AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ซึ่งได้เริ่มดำเนินการที่สำนักงานใหญ่ ประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2567 จนถึงปัจจุบัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงาน ลดงานที่ซ้ำซ้อน สนับสนุนการตัดสินใจด้วยข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ และสร้างระบบอัตโนมัติเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานในองค์กร โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่เหมาะสมเพื่อควบคุมความเสี่ยงด้านต้นทุนและความซ้ำซ้อนของระบบงาน
ประโยชน์ที่องค์กรได้รับ
- เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและการใช้ประโยชน์จากข้อมูลให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด
- ลดต้นทุน เพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ และยกระดับความสามารถในการแข่งขันขององค์กร
ประโยชน์ด้านสังคม
- เพิ่มบุคลาการที่มีทักษะและความพร้อมในการใช้ AI แก่สังคม

BPP มุ่งขับเคลื่อนองค์กรด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจพลังงานและเพิ่มความพร้อมในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของโลก (Energy Transition) โดยบริษัทฯ ส่งเสริมการสร้างชุมชนนวัตกรรม (Innovation Community) เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และความคิดสร้างสรรค์ของพนักงาน โดยให้พนักงานทั่วทั้งองค์กรทั้งในประเทศและต่างประเทศได้แสดงออกผ่านเวที Thailand Innovation Awards and Banpu Global Innovation Awards ซึ่งดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องมากกว่าสิบปี เวทีดังกล่าวเปิดโอกาสให้พนักงานนำเสนอแนวคิดและโครงการนวัตกรรมที่สอดคล้องกับกลยุทธ์องค์กรและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
กลุ่มบ้านปูได้พัฒนากรอบการบริหารจัดการนวัตกรรมอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมการกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ การประเมินโครงการ และกลไกการยกย่องเชิดชู เพื่อสนับสนุนการมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึงและผลักดันนวัตกรรมไปสู่การใช้งานอย่างเป็นรูปธรรม โดยในปี 2568 มีโครงการและแนวคิดนวัตกรรมจากหน่วยงานต่างๆ ทั่วโลกเข้าร่วม Banpu Global Innovation Awards รวมทั้งสิ้น 29 โครงการ แบ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการแล้ว 21 โครงการ และโครงการที่อยู่ระหว่างการวิจัยและพัฒนาต้นแบบ 8 โครงการ
นอกจากนี้กลุ่มบ้านปูยังได้รับการยอมรับในระดับประเทศ โดยได้รับรางวัล National Innovation Award 2025 ในสาขาองค์กรนวัตกรรม จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (National Innovation Agency: NIA) สะท้อนถึงความเข้มแข็งของการดำเนินงานด้านการส่งเสริมนวัตกรรม และบทบาทของบริษัทฯ ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านพลังงานที่ยั่งยืน
ประโยชน์ที่องค์กรได้รับ
- เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ต่อยอดนวัตกรรมสู่การใช้งานจริง และสามารถสร้างคุณค่าทางธุรกิจ
- เสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสียด้านการขับเคลื่อนนวัตกรรมและพลังงานที่ยั่งยืน
ประโยชน์ด้านสังคม
- ส่งเสริมการพัฒนาทักษะและความคิดสร้างสรรค์ของบุคลากร
- ส่งเสริมนวัตกรรมพลังงานที่ช่วยในการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
กลุ่มบ้านปูให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยมุ่งส่งเสริมวัฒนธรรมนวัตกรรมแบบเปิด (Open Innovation Culture) ที่สนับสนุนการทำงานร่วมกันระหว่างแผนก การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการรับฟังมุมมองที่หลากหลาย เพื่อจุดประกายแนวคิดใหม่และเร่งพัฒนานวัตกรรมไปสู่การสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
โครงการ UnBox iDeas2 เป็นกิจกรรมที่ออกแบบเพื่อสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เปิดโอกาสให้พนักงานสามารถริเริ่ม ทดลอง และต่อยอดแนวคิดใหม่ ๆ ภายใต้กรอบความคิดแบบผู้ประกอบการ (Entrepreneurial Mindset) และการทำงานที่ยืดหยุ่น (Agile) โดยในปี 2568 กลุ่มบ้านปู ได้ยกระดับศักยภาพของผู้เข้าร่วมผ่านการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาทักษะในหัวข้อสำคัญ ได้แก่ บทบาทของเจ้าของแอปพลิเคชัน การวิจัยประสบการณ์ผู้ใช้ (UX Research) เทคโนโลยี Generative AI และการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านนวัตกรรมและดิจิทัลให้สอดคล้องกับบริบทพลังงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยมีพนักงานเข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้นจำนวน 28 คน ประกอบด้วย กลุ่มนักคิดนักทำ 18 คน ผู้เชี่ยวชาญ 4 คน และพี่เลี้ยง 6 คน โดยได้พัฒนาแนวคิดนวัตกรรมจำนวน 5 หัวข้อที่มีศักยภาพในการต่อยอดสู่การปฎิบัติจริง ทั้งนี้ กลุ่มบ้านปูได้สนับสนุนทรัพยากรและงบประมาณสำหรับการทดลองโครงการนำร่องเพื่อผลักดันแนวคิดไปสู่การประยุกต์ใช้จริง พร้อมทั้งพัฒนาบุคลากรให้เติบโตเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านและพี่เลี้ยง เพื่อสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ที่เข้มแข็งและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในระยะยาว
ประโยชน์ที่องค์กรได้รับ
- ช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานผ่านนวัตกรรม
- สนับสนุนความพร้อมขององค์กรในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมพลังงานและการเติบโตอย่างยั่งยืน
ประโยชน์ด้านสังคม
- พัฒนานวัตกรรมที่ช่วยในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานที่ยั่งยืน
